
ผลัดกันโต้!!! ตระกูลกำเนิดพลอยเดือดพล่าน เล่นสงครามน้ำลายไม่หยุด ด้านพิธีกร “หนุ่ม กรรชัย” ออกมาปัด! ทุกข้อกล่าวหา ฟุ้งมีหลักฐานในมือครบทุกชิ้น ส่วนหลานสาว ตอกกลับแรง!!! เหน็บชีวิตจริงไม่เน่าเหมือนในละคร ด้านนางร้าย “เมย์ เฟื่องอารมย์” แอบเซ็งมีเอี่ยวเช็คสองแสน
กลายเป็นเรื่องยาวยืดเยื้อเข้าจนได้ หลังจากที่ทางพิธีกรเจ้าเสน่ห์ “หนุ่ม - กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิในกองมรดกร้อยล้านของพ่อบังเกิดเกล้า หรือ “นายประกอบ กำเนิดพลอย” ซึ่งเป็นที่มาให้ต้องยื่นฟ้อง “แม่เลี้ยง”(นางวิมลรัตน์ กำเนิดพลอย) กับพี่ชายต่างมารดา(นายอัคระ กำเนิดพลอย) ต่อศาลแพ่งธนบุรี เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนผู้จัดการมรดก และจัดแบ่งมรดกตามที่เป็นข่าว แถมล่าสุดทางหลานสาว(พลอยไพลิน กำเนิดพลอย) ยังได้เป็นตัวแทนออกมาโต้ พร้อมแฉทางพิธีกรหนุ่มยับเยิน!!! ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีการโฟนอินเข้าไปตอบโต้ออกอากาศผ่านรายการวิทยุชื่อดัง “แฉแต่เช้า” ทางคลื่น 94 EFM อย่างดุเดือด!!! ชนิดยังไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมอ่อนข้อลงเลย สำหรับคนที่จู่ๆ ก็ถูกโยงเข้ามาเอี่ยวกับกองมรดกร้อยล้านอย่างนักแสดงสาว “เมย์ เฟื่องอารมย์” ก็ยังออกมาเคลียร์เรื่องเช็คมูลค่าสองแสนด้วยอีกแรง…
“พลอย” หลานสาวของ “หนุ่ม กรรชัย” ไล่เรียงลำดับญาติให้ฟัง ก่อนจะเปรยว่าไม่คิดว่ามรดกของปู่เธอจะมีมูลค่าสูงถึงร้อยล้านบาท
“ปู่กับย่าแต่งงานก็ถูกต้องตามกฏหมาย แล้วก็คุณปู่นี่มีภรรยา 4 คน ย่าเป็นคนแรก คุณย่าก็มีลูกชาย 3 คนนะคะ ซึ่งพลอยก็เป็นลูกของคุณพ่อ เป็นหลานนะคะ แล้วก็ภรรยาคนที่สอง คนที่สาม แล้วก็คนที่สี่ คนที่สามเนี่ยท่านเป็นคุณแม่ของอาหนุ่ม กรรชัยค่ะ แต่ท่านเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่อายุประมาณ 30 เศษๆ น่ะค่ะ”
“ก็จริงๆ แล้วคุณหนุ่มเขาจะมีบ้านของคุณตา คือพ่อของคุณแม่เขาน่ะค่ะ พอแม่เสีย ปู่ก็พาอาหนุ่มเข้ามาไหว้คุณย่า เหมือนกับว่าจริงๆ คุณย่ารับรู้มาตลอดเรื่องอาหนุ่ม ก็คือเข้ามาไหว้ ให้เข้ามาอยู่ด้วยอย่างนี้ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะไปๆ มาๆ นะคะ จะทำยังไงก็ได้คือจะขับรถไปบ้านนู้น หรือว่าจะมาอยู่บ้านพลอยอย่างเนี้ยค่ะ”
“พลอยก็เพิ่งทราบพร้อมๆ กับทุกคนน่ะค่ะว่ามีร้อยล้าน เพิ่งทราบเหมือนกันคือไม่รู้ว่ามันถึงด้วยหรือเปล่า ดูเยอะมากเลย ปู่พลอยก็เป็นคนธรรมดานี่ล่ะค่ะ แล้วท่านก็ทำงานรับใช้เสด็จพระองค์ภายุพันธ์นุพงษ์น่ะค่ะ ท่านก็เลยชอบสะสมของเก่า สมเด็จท่านก็ทรงโปรดของเก่าด้วยน่ะค่ะ แต่ว่าของเนี่ยจริงๆ มันไม่ได้มีค่ามาตั้งแต่แรก พระเนี่ยแต่ก่อนอาจจะองค์ละยี่สิบ องค์ละร้อย เดี๋ยวนี้ก็อาจจะเป็นหมื่นเป็นแสนอย่างนี้ค่ะ คือมันไม่ได้มีค่าตั้งแต่ตอนที่คุณปู่ซื้อตั้งแต่ตอนแรก ท่านก็สะสมมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ตอนนี้มันก็เลยเหมือนมันเยอะ มูลค่าเยอะคือมันเพิ่มมูลค่าขึ้นมาเองอย่างนี้ค่ะ แต่ตอนแรกก็ไม่ได้แพงขนาดนี้อะไรอย่างนี้ ส่วนเรื่องภรรยาเยอะนี่มันคงเป็นเรื่องของนิสัยส่วนตัวก็ไม่ทราบ”
ดีเจถามต่อเรื่องที่ทางหนุ่ม กรรชัยบอกว่าคนที่บวชให้คือป้าแท้ๆ ของเขา แต่พลอย บอกไม่ใช่ป้าคนเดียวแต่ว่ามีย่าด้วย
“คือว่าจริงๆ แล้วบ้านพลอยไม่ได้เป็นคนที่จะไปแย่งที่จะบวชเลย คือเหมือนกับว่าพอเราทำอะไรให้เขาไปพอเขาปฏิเสธเนี่ยเราก็แค่จี๊ดน่ะ เหมือนกับว่าเอ๊ะ ชั้นก็บวชให้นะทำไมถึงพูดแบบนี้ คือไม่อยากจะมาพูดอะไรแบบนี้เลย คือวันที่บวชน่ะเขาโทรมาหาคุณย่าแล้วก็คุณย่าก็เป็นคนแบบจัดหาสถานที่เพราะว่าวัดนี้ที่บ้านพลอยทำบุญไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม บวชคุณอา คือพี่ชายของเขานะคะก็บวชที่นี่ ก็ทำบุญคุณปู่ทุกปี คุณปู่เสียเดือนตุลา ทุกปีเราจะต้องมารวมตัวกันที่นี่ คุณย่าก็ติดต่อท่านเจ้าอาวาสให้ จัดหาข้าวปลาอาหารให้ แล้วก็ใส่สตางค์ทำบุญกับพระน่ะค่ะ แต่ว่าคุณป้านี่พลอยไม่ได้เถียงนะคะว่า ท่านก็คงจะต้องช่วยน่ะเพราะว่าท่านก็เป็นป้าแท้ๆ น่ะค่ะ คือเขาก็ช่วยสตางค์อยู่แล้ว แต่ว่าจะมาบอกว่า เนี่ยเจ้าอาวาสรู้จักกับญาติทางวิมลรัตน์ กำเนิดพลอย ก็ไปชวนมาร่วมงานเหมือนเรียกไปเป็นแขกคนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วญาติพลอยจัดการทุกอย่างแล้วก็การบวชมันต้องมีใบ มีใบอุปสมบทมีอะไรอย่างนี้ ผู้ปกครองต้องเซ็นยอมรับว่าคุณคือใคร พ่อแม่คุณเป็นใครหรืออะไรอย่างนี้แล้วก็ต้องมีพยานด้วยที่ว่าคุณบวช คุณไปประพฤติอย่างนี้ๆๆๆ นะ”
เรื่องที่นำหลักฐานใบผู้สมัครขออุปชาอุปสมบท และมีพยานมายืนยันนั้น เธอชี้แจงว่า
“เอาออกมายืนยันว่าทำอะไรให้ ไม่ใช่ว่าให้อันนี้เงิน อะไรก็ไม่ได้ๆ ไม่ได้รับ บวช เอ๊ยเปล่านะ เขาไม่ได้บวชให้ชั้นอะไรอย่างนี้ คือเขาปฏิเสธความปารถนาดีของคุณย่าทุกอย่างที่คุณย่าเคยทำให้”
ซึ่งพลอย กำลังจะบอกว่าจริงๆ แล้วคุณย่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหนุ่ม กรรชัย อุปการะ ช่วยเหลือมาตลอด ซึ่งทางหนุ่ม พูดเหมือนพลอย กับย่าเป็นศัตรู ไม่ญาติดีต่อกัน
“ใช่ค่ะ คือมันไม่ใช่อย่างที่เขาบอกเลย บ้านพลอยแบบเป็นคนปกตินะคะ จะไปแบบว่ากีดกันให้ไปนอนห้องคนรถ ซักผ้ากับคนใช้อะไรแบบนี้ คือบ้านพลอยไม่ได้มีห้องคนขับรถนะ ไม่ได้เป็นบ้านที่แยกจัดสรรอันนี้ห้องคนรถ ห้องอะไร”
“เขาบอกว่าย่าจับไปอยู่ห้องคนรับใช้ มันก็งงว่าแบบเหมือนละครอะไรสักเรื่อง แต่เรื่องนี้พลอยจะขำ ๆกันนะคะไม่เคยซีเรียสอะไรกันเลยในบ้าน เพราะว่าเรารู้น่ะค่ะ คนที่รู้จักกับครอบครัวคุณย่าครอบครัวพลอยก็จะ คือเขาจะรู้เลยว่ามันไม่ยักจะเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้คือมันตลกมากเลยน่ะค่ะแบบบ้านพลอยไม่มีทางจับใครไปอยู่ในห้องคนใช้น่ะค่ะ เขาคงแบบเขาต้องอยากไปอยู่เองน่ะ ไม่ใช่พลอยแน่ๆ”
สำหรับเรื่องที่บอกว่าทางหนุ่ม กรรชัย นำเงินส่วนแบ่ง 2 ล้านไปถอยฮอนด้า แอ็คคอร์ดนั้น “พลอย” อ้างว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนของสื่อ
“อันนี้คือขอแบบนิดหนึ่งว่าเมื่อวานก็แบบคือมีหนังสือพิมพ์ลงมาก็คือมีความคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง เพราะว่าคุณอาที่เขาจด นักข่าวคนนี้ก็คือมีอายุพอสมควร คือเขาก็จดไปใส่กระดาษอาจคลาดเคลื่อน เพราะไม่ได้อัดเทปเป็นเสียงคุณพ่อนะคะ ที่คุณพ่อเขาให้สัมภาษณ์ไป แล้วก็เรื่องเอาเงินไปซื้อรถหรืออะไรอย่างนี้คือจริงๆ แล้วพ่อเขาบอกว่าตอนที่ปู่เสียใหม่ๆ เนี่ยคือคุณหนุ่มก็ได้เงินไป 2 ล้านกว่าบาท ก็แฮปปี้ดีไม่เห็นมีปัญหาอะไร เอาไปซื้อรถซื้อราอะไรก็ไม่รู้ ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ นักข่าวก็ถามยี่ห้ออะไรอะไรอย่างนี้ พอดีรถคันล่าสุดของอาหนุ่มเนี่ยเป็นฮอนด้าแอ็คคอร์ด พ่อเขาก็บอกฮอนด้าหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าข่าวนี่ก็เหมือนกับว่ามาขอเงินซื้อรถ ซึ่งคุณพ่อเขาก็ไม่ได้บอก”
“อันนี้พลอยทราบค่ะ เพราะว่ามันเป็นความคลาดเคลื่อนของการสื่อสาร พ่อเขาก็บอกรถอะไรก็ไม่รู้เพราะว่าพ่อเขาบอกแค่ว่าเป็นรถปัจจุบันแล้วเขาก็แค่บอกว่าได้เงินไปสองล้านกว่าบาท คือก็แฮปปี้ทุกฝ่ายไม่เห็นจะมีอะไรตอนแรก แล้วพอผ่านไป แล้วเขาก็กลับมาใหม่ ก็คือว่ามาแบบ เออแม่หนุ่มขอพระไปบูชานะ หนุ่มขอพระไปให้ผู้ใหญ่ เขาก็ได้นะ ก็เอากุญแจขึ้นไปเปิดตู้ เขาก็หยิบลงมาว่าอันนี้เขาขอนะๆ”
“พลอย” แจงต่อด้วยว่าจริงๆ ฝ่ายเธอไม่ต้องการให้คดีนี้มีการไกล่เกลี่ยกันด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องเช็คสองแสนนั้นยังยืนยันว่าทางหนุ่ม กรรชัยรับไปแน่นอน
“ตอนแรกคือไกล่เกลี่ย ก็คือว่าจริงๆ แล้ววันนั้นศาสนัดไปเบิกความ จริงๆ แล้วบ้านพลอยเนี่ยพร้อมสู้นะคะไม่เคยคิดที่จะไกล่เกลี่ยเลย แต่ว่าด้วยเราเคารพในศาลท่าน ท่าอุตสาห์แนะนำเราควรทำแบบนี้นะเพื่อครอบครัวหรืออะไร เราจะไปบอกว่าไม่หรืออะไรอย่างนี้ก็ไม่ได้ ก็เข้าใจ เคารพในศาลค่ะ ท่านก็อุตสาห์แบบหาห้องไกล่เกลี่ยให้พิเศษ แต่ก็ไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ค่ะ ก็คือยังไม่เสร็จ ก็ต้องไปต่อ แต่ในเมื่อเขาออกมาปฏิเสธในหลายๆ เรื่องแล้วก็เริ่มเป็นแบบดราม่าแล้ว เป็นละคร ที่บ้านก็เริ่มแบบ เอ๊ะ! มันจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วนะ พลอยขอยกตัวอย่างเรื่องเช็คสองแสนนะคะ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พวกพลอยไม่พอใจ ก็คือว่าปี 50 ขึ้นปี 51 คือช่วงคริสมาตส์ 24-25 ก็คือว่าอาหนุ่มเขาก็ไปรีสอร์ทไปพักผ่อน ไปกับพี่เมย์ ไปกับพี่เมย์เสร็จปึ๊บนี่ก็ คุณย่านี่ก็ให้เงินแฮปปี้นิวเยียร์ให้ด้วยความปารถนา ด้วยความเสน่หา ก็คือให้เองเขาไม่ได้มาขอ ก็ให้ไป 2 แสนบาท ก็ยังให้พระแฮปปี้นิวเยียร์ให้พี่เมย์ไปอีกองค์หนึ่ง”
“พลอยก็เถียงกับเขา อันนี้เถียงกันไปแล้ว พลอยบอกว่าทำไมถึงบอกว่าไม่เคยได้เลยแล้วเช็คปีใหม่คือย่าให้เนี่ย ลูกคนอื่นเขาไม่เคยได้นะ อาหนุ่มได้อยู่คนเดียว แล้วเขาก็บอกว่า เอ้ยเช็คอะไร ไม่ได้ ไม่ได้อ่ะเมย์ได้เหรือเปล่า พลอยบอกเอ้าพูดอย่างนี้ได้ยังไง พี่เมย์เขาจะได้ๆ ยังไง ย่าเขาจะให้เงินสองแสนพี่เมย์ทำไม เขาบอกก็บอกมันไม่ได้อยู่ในบัญชีเขาคือไปเช็คได้เลยว่าต้นขั้วเนี่ยไม่ได้เข้าบัญชีเขา อยู่กับเมย์หรือเปล่า พลอยก็เลยบอกว่าอาหนุ่มไม่เป็นไรเว้ย คือถ้าอาหนุ่มเอาเช็คไปเนี่ยแล้วอาหนุ่มเอาไปให้ใคร เอาไปให้คนอื่น ผู้หญิงหรือทำอะไร แต่ว่าถ้าเช็คต้นขั้วอย่างเนี้ยมันเช็คแล้วมันเกี่ยวข้องกับบัญชีของคนที่เกี่ยวข้องกับอาหนุ่ม อาหนุ่มก็แค่ยอมรับว่าได้รับเช็คไปจริงๆ เหมือนกับว่าโอเคไม่ได้เข้าบัญชีเขาก็จริงแต่ว่ามันเข้าบัญชีคนที่เกี่ยวข้องกับเขาน่ะ ขอแค่ยอมรับเฉยๆ ว่ารับเงินปีใหม่ไปจริงๆ นะ อาหนุ่มจะเอาไปทำอะไรพลอยไม่รู้ เพราะมันเป็นเช็คที่ไม่ต้องเข้าบัญชีเขาก็ได้”
อย่างไรก็ตาม “พลอย” เชื่อว่าฝ่ายเธอจะต้องชนะความ
“ค่ะ คือบ้านพลอยเนี่ยเข้าใจทุกอย่าง คือแบบว่ากฏหมายเนี่ยมันพลิกตลอดเลย แต่เรื่องศีลธรรมความเมตตาอย่างนี้คือพวกพลอยไม่แพ้ ไม่มีทางแพ้แน่นอน คือแบบถ้าเขาชนะเขาจะได้แบ่ง คือบ้านพลอยไม่เสียใจเลยเพราะทุกคนให้กันมาตลอดอยู่แล้ว เขาจะได้อีกหน่อยจะเป็นไรไปคะ ไม่เป็นไร เรื่องศีลธรรมจรรยาเนี่ยอย่ามาว่ากัน คือพลอยเถียงใจขาดดิ้นน่ะ”
“พลอย” เผยว่าผู้หญิงที่ “หนุ่ม” เคยขอให้ทางพ่อของเธอ หรือ “นายเชษฐา กำเนิดพลอย” ไปสู่ขอให้นั้นคือนางร้าย “เมย์ เฟื่องอารมย์” นั่นเอง
“ก็เคยไปกินข้าวกับพ่อแม่พี่เมย์ค่ะ ก็เคยไปคุยอะไรอย่างนี้ค่ะ ไปคุยกับท่าน นัดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ที่บ้านพลอยก็มีคุณย่า คุณอา คุณอาที่เขาฟ้องน่ะค่ะ วันนั้นคือพลอยไม่อยู่ในเหตุการณ์นะคะแต่ว่าตามที่คุณย่า คุณอาบอกก็คือว่าก็ให้เหมือนกับไปพูดกับ เหมือนกับตอนนั้นมันมีข่าวออกมาอย่างนี้ค่ะ คือคุณพ่อคุณแม่พี่เมย์เขาไม่สบายใจ ก็คือเหมือนกับว่าเรามาคุยเรื่องฤกษ์เรื่องอะไรกันดีไหม คือมันต้องให้เกียรติผู้หญิงด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ ให้เกียรติบ้านเค้าด้วย”
“พลอย” ชี้แจงว่าด้านพิธีกรหนุ่ม ไม่ได้พูดคุยกับ “แม่เลี้ยง” ตั้งแต่เรื่องของฤาษีแล้ว
“ไม่คุยค่ะ ตั้งแต่เอาฤาษีไปก็ประมาณปลายปี ตั้งแต่ต้นปี 51 ค่ะก็คือไม่คุยกันอีกเลย (ฤาษีที่บอกว่า 15 ล้าน?) ไม่ถึงค่ะ คือตอนนี้ถ้าบอกว่าซื้อไหม 10 ล้านมีใครเอาไหม พลอยเชื่อเลยว่ารอไปเหอะ คือยังไม่รู้ว่าใครจะมาซื้อ (เป็นของคุณปู่?) ใช่ แตว่าอยู่ที่บ้านพ่อ อยู่ที่บ้านที่จรัญฯ คือจรัญฯ นี่มีอยู่สองบ้านแต่ว่าอยู่ที่บ้านที่เป็นของพ่อ (ตอนนี้ฤาษีอยู่ที่ไหน?) อยู่ที่อาหนุ่ม (หนุ่มบอกจะมีคนมาขอซื้อ?)ใช่ค่ะ พลอยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนนั้นน่ะมีตัวตนไหม เขาบอกว่าเป็นชาวสิงคโปร์บอกว่าจะขอฤาษีไปดู แต่ว่าแม่พลอยก็ไม่พอใจ ที่บ้านพ่อกับแม่ก็ไม่อยากจะให้ แต่ด้วยความที่ขัดไม่ได้ ย่าเนี่ยไม่กล้าขัดอาหนุ่ม เหมือนแม่ก็ไม่กล้าขัดย่า อาหนุ่มจะมาเอาเนี่ยแม่ก็แบบกดดันมาก 4 ทุ่มเนี่ยเขาพูดจน คือกว่าจะได้เนี่ย 4 ทุ่ม ถามว่าให้ไหม พูดจริงๆ ก็ให้มาตลอดนะคะ ก็ถูกต้อง”
“พลอย” บอกเหตุผลที่ฝ่ายเธอต้องออกมาทัดทาน เพราะต้องการให้ “หนุ่ม กรรชัย” ยอมรับความจริง
“แค่ยอมรับน่ะค่ะ ยอมรับว่าเอาอะไรไปแล้ว ให้บอกว่าเอา แต่บอกว่าไม่เคยได้ ไม่เคยขอ ไม่เคยรับเนี่ย มันไม่เคยเกิดขึ้นมันเกินไปหน่อยหรือเปล่า แล้วศาลท่านก็นัด เหมือนกับว่าเอาทรัพย์สินที่เหลืออยู่ คือเอาพระทั้งหมดน่ะค่ะเหมือนมากองบนโต๊ะเลย ว่าเหลือเท่าไหร่แล้วมันจะมีลิสต์รายการอยู่ แล้วก็คุณหนุ่มเนี่ยต้องเอาพระไม่ว่าจะเป็นฤาษีหรืออะไรเนี่ยมาด้วย อย่างน้อยถ้าสมมุติว่าฤาษีขายได้ 15 ล้านจริงตังค์เขาก็ได้ 15 แล้วใช่ไหมคะ เขาก็ได้ไปเยอะมากอ่ะ 100 ล้านเขาได้ไป 15 ล้าน”
ส่วนศาลนัดครั้งหน้า “พลอย” บอกว่าจะมีการออกมาแสดงความบริสุทธิ์ให้เห็น
“คือเมื่อวานเนี่ยก็เช็คกันทั้งวันว่าจะเอายังไง แคนเซิ่ลไปเลยดีไหมอย่างนี้ เหมือนกับว่าเราต้องโชว์ความบริสุทธิ์ใจก็คือว่าเรื่องพระเนี่ยเราบอกแล้วว่าจะเอาไปให้ดูเพราะฉะนั้นคือถ้าเราไม่ไปมันเหมือนเราพูดปดหรือเปล่า อาพลอยเขาก็ไม่สบายใจคือยังไงต้องเอาพระไปโชว์ให้ได้ว่าพระนี่มีอยู่จริง แล้วก็กราบไหว้กันทุกวัน”
ด้านนางร้าย “เมย์ เฟื่องอารมย์” ในฐานะที่มีรายชื่อเข้ามาเอี่ยวในกองมรดกกับเขาด้วยด้วย เธอจึงออกมาชี้แจงเรื่องเช็คมูลค่า 2แสนอย่างกระจ่างชัดดังนี้
“อืมก็… เมย์ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเมย์ได้คบกับพี่หนุ่มเนี่ยระยะเวลาก็ประมาณเกือบๆ 10 นะคะ ก่อนหน้านั้นหรืออะไรเมย์ไม่สามารถรู้ได้เรื่องของครอบครัวเขา แต่ ณ ปัจจุบันที่ได้รู้จักตามปกติเมย์ก็เห็นพี่หนุ่มอยู่บ้านที่ราชวัตรที่เป็นบ้านของคุณแม่จริงๆ ที่ให้กำเนิดเขา เขาจะอยู่กับคุณป้าหลายๆ คนที่ได้ดูแลเขามา ก็จะมีบ้างที่ได้พบปะกับทางแม่ใหญ่”
“ทราบ คือเพราะว่าอันนี้ต้องบอกก่อนว่าอย่างที่ตัวพลอยพูดเนี่ย พูดถึงเมย์ด้วยว่าจะเป็นไปได้ยังไง ก็ขอตอบเลยว่าจะเป็นไปจริงๆ เพราะว่าวันนั้นที่ไปเนี่ยคือเหตุการณ์มันเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ น่าจะ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ไปแล้วก็ได้ไปเจอทางแม่ใหญ่เขา คือท่านจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็จะบอกว่าเออถ้าเมย์มีอะไรมาเจอได้นะ มาอะไรได้เพราะว่าท่านก็อาจจะด้วยความเอ็นดูส่วนตัวเมย์ด้วย อันนี้เมย์ว่านะก็คงจะมีบ้างที่ท่านเรียกไป อ่ะหนุ่มมา อ่ะเมย์มา ก็ให้พระเมย์มา แล้วก็ให้เช็คมาด้วยจำนวนที่บอกนะคะ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่า หลานพลอยก็ไม่ได้อยู่ด้วยนะคะ ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นน่ะค่ะ”
“ตรงนี้ที่สำคัญก็คือมีเมย์เข้าไปเกี่ยวข้องก็รู้สึกมันไม่อยากให้เป็นกรณีที่ว่าพี่หนุ่มได้มาแล้วมาให้เมย์ เมย์ไปเอาเงินพี่หนุ่มอย่างนี้มันไม่ใช่ (หนุ่มอยู่ตรงนั้นด้วยไหม?) ก็อยู่นะคะ แต่ว่าก็ไม่ได้มานั่งใกล้ๆ คืออยู่ในบริเวณห้องอย่างนี้ค่ะ”
“คือเมย์ก็ไม่อยากจะตรงนี้เท่าไหร่นะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของภายในครอบครัว เรื่องตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เมย์เชื่อว่าคงไม่มีใครที่แบบว่าเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้นะ คนนอกฟังอาจจะเป็นเรื่องว่าอุ๊ยเอาคนมาพูดๆ กัน จริงๆ แล้วตรงนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยากให้ทุกคนเข้าใจ เป็นกลางนะคะก็อยากจะเข้าใจความรู้สึกของทุกๆ ฝ่าย แต่ทีนี้เมย์เข้ามามีส่วนกับตรงนี้เมย์ก็ มันเหมือนกับเราก็ไม่สบายใจเหมือนกันนะ เงินเพียงแค่ตรงนี้เองเช็คสองแสนก็เป็นเรื่องเป็นราวคุยกันไม่จบ เมย์คิดว่าน่าจะให้มันอยู่ในชั้นศาลดีกว่าให้ท่านตัดสินดีที่สุดน่ะค่ะ”
ด้านพิธีกรดัง “หนุ่ม กรรชัย” เองก็ได้ออกมาโต้! ทุกข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน และหนักแน่นเป็นข้อๆ ไปดังนี้
“กรณีในเรื่องของบวชนะครับ ทางฝ่ายเขาเป็นคนบวชให้ผมนะฮะ อันนี้ก็คือความจริง คนที่บวชให้ผมคือคุณป้าผม คือคุณสุภาพรรณ ยมจินดา เป็นคุณป้าที่เป็นพี่ของแม่ผม คือมีข้อพิสูจน์ได้ ส่วนเรื่องที่สองเรื่องรถฮอนด้า ก็คือเป็นของบริษัทไอดูไอซ์ที่เป็นต้นสังกัดของไอซ์มอนสเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่รถคันนี้ออกมาเพื่อจะให้เป็นรถประจำตำแหน่งของผม อันนี้คือบริษัทเป็นคนซื้อเรามีหลักฐานทางการเงินทั้งหมด สามนะครับคือเรื่องของเงินสองแสนบาทที่บอกว่าผมเนี่ยไปเอามา แล้วก็มีต้นขั้วเช็คเป็นชื่อผมอะไรอย่างนี้ ยืนยันตรงนี้นะครับว่าผมสามารถจะเอาชื่อบัญชีทั้งหมดของผมที่มีอยู่เนี่ยให้เช็คได้นะครับ ไม่ต้องไปขอศาลด้วย ผมยินดีที่จะเอามาให้พิสูจน์เลยว่าเคยมีเช็คชื่อนี้ หรือว่าหมายเลขเดียวกันเนี่ยเข้ามาในบัญชีของผมหรือเปล่า ไม่ว่าจะเล่มไหนก็ตามแต่ก็คือยินดีนะฮะ แล้วก็สุดท้ายเนี่ยคือเรื่องอขงฤาษีหรือว่าพระต่างๆ ก็ยืนยันเหมือนกันครับว่าไม่เป็นความจริงนะครับ เพราะฤาษีเนี่ย ตอนแรกเลยเนี่ยทางฝ่ายนั้นเนี่ยนะครับ จะให้ผมเนี่ยนำฤาษีไปขาย ไปจำหน่ายแต่ผมเห็นว่าเป็นทรัพย์ของคุณพ่อ และเป็นทรัพย์กลางผมก็เลยเอาฤาษีองค์เนี้ย แทนที่จะไปขายผมก็เลยเอาไปแถลงที่ศาลนะครับ บอกว่าฤาษีรุ่นเนี่ยเป็นของกองกลาง เป็นทรัพย์มรดกของคุณพ่อ”
“เพราะฉะนั้นถ้าแบบว่าได้มีการแบ่งสรรปันส่วนกันชัดเจนแล้วเนี่ย ก็ให้ฤาษีองค์นี้เข้าไปอยู่ในกองมรดกด้วย ผมไม่ได้จะถือไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่ผมต้องการจะรักษาไว้เพราะว่าจะได้ไม่มีคนนำฤาษีองค์เนี้ยไปจำหน่ายจ่ายแจกต่อไปอะไรอย่างเนี้ยครับ นึกออกไหมครับ นี่อยู่ในคำแถลงศาลแล้วก็อยู่ในใบเบิกความผมทั้งหมดนะฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ยเจตนาผมก็ไม่ใช่ยังงั้นอยู่แล้ว และที่สำคัญที่สุด อีกฝ่ายหนึ่งเนี่ยไม่ได้เคยมีการทำเรื่องเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินยื่นกับทางศาล เพราะฉะนั้นเนี่ยจะบอกว่าอันนั้นเป็นของคนนี้ อันนี้พ่อให้คนนั้น คือพูดได้หมดถูกไหมฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ยมันยังไม่ได้มีการแบ่งสรรปันส่วนอะไรเลย จะบอกว่าอันนั้นพ่อให้ อันนี้พ่อให้ งั้นผมก็พูดได้สิ พ่อให้อันนั้นผม พ่อให้อันนี้ผม”
กรณีที่อีกฝ่ายอ้างว่าก่อนหน้านี้ทางพิธีกรดัง “หนุ่ม กรรชัย” ได้ไปเอาทรัพย์สินมาพอสมควรแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้าตัวอ้างมีหลักฐาน รอเคลียร์กันในศาล
“คือจะบอกว่าจริงๆ แล้วเนี่ยนะฮะถ้ามีหลักฐานเนี่ยมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับ เอาหลักฐาน เอกสาร หรืออะไรก็ตามแต่เนี่ยเอามายืนยันกัน ไปพูดในชั้นศาลกัน อย่ามาพูดอะไรแบบนี้คือโตๆ กันแล้วบางทีแบบว่าเราจะมาทำเป็นเด็กเล่นขายของ โกหกไปโกหกมา ผมว่าไม่ดีหรอก มันหมดไปตั้งแต่เรื่องรถมินิแล้ว คืออย่ามาทำอย่างนี้กันเลย คือของน่ะฮะ จริงๆ ผมว่าถ้าบริสุทธิ์ใจนะครับ คือเราไปคุยกันในชั้นศาล แล้วมีหลักฐานอะไรก็ว่ากันไป ส่วนผมเองเนี่ยผมามารถโชว์หลักฐานได้หมดในสิ่งที่เขากล่าวหาผมว่า สิ่งที่เขากล่าวหาผมนู่น ผมนี่ ไปเอา.. ผมสามารถยืนยันได้หมดว่าผมไม่ได้ไปทำอย่างที่เขาบอก”
ที่มา : manager
Recent Comments