ยางมัดผม..ลดความอ้วนได้

ความงาม 1 Comment »

เชื่อหรือไม่ว่าหนังยางวงเล็กๆ
ที่เราไว้ใช้มัดผมกันสามารถลดพุงได้

เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด…แล้วยังแถมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น

null

เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด…แล้วยังแกมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น ๆอีกเสียด้วย…

ใช้เวลาแค่วันละแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ก็สามารถที่จะทำให้เอวหนา ๆของเเรานั้นลดลงมาเป็นเอวบาง ๆเล็ก ๆ ได้ อย่างที่ว่าไม่น่าเชื่อ…
เคล็ดลับที่จะนำมาเสนอแนะให้กับทุกๆท่านลองทำกันดูในครั้งนี้ของเรานั้น เป็นเคล็ดลับที่ทำง่ายอย่างมากและที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมากมาย…

เคล็ดที่ว่านี้จะทำโดยแค่ให้ใช้หนังยางที่ใช้สำหรับรัดผม (อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่ เห็นในรูปภาพจะเป็นหนังยางแบบที่หนา ๆหน่อย ซึ่งรู้สึกว่าจะมีส่วนผสมที่ทำมาจากไหมพรม(ที่แนะนำนั้นก็เพื่อว่าเวลาที่จะคล้องลงไปเป็นเวลานานแล้วนั้นจะได้ไม่รู้สึกว่าเจ็บ)

นำหนังยางอย่างที่ว่านั้นมาคล้องลงไปตรงที่หัวแม่เท้าทั้งสองข้างให้เข้ามาติดกัน(อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่แสดงไว้ในรูปที่ 1-2 )

และเมื่อคล้องลงไปแล้วก็มีข้อกำหนดนิดนึงว่าให้พยายามอย่าให้ส้นเท้าแยกออกจากกันเท่านั้นเป็นใช้ได้ แล้วทีนี้ก็ลงนอนลงไปอย่างตามสบายเลยทีเดียว…

ทำทุกๆวันและก็ทำเพียงแค่วันละแค่เพียง 5 นาทีก็พอและที่ดีที่สุดก็ตรงที่ไม่ต้องมานั่งลดอาหารให้ร่างกายต้องหิวโหยขาดอาหารจนเกิดเป็นร่างกายทรุดโทรมขึ้นมาได้..ว่าอย่างนั้น

และในเวลาที่ทำเคล็ดลับฉบับนี้นั้นมือก็ว่างจะนอนอ่านหนังสือหรือนอนกดโทรศัพท์มือถือเล่นก็ได้ตามสบายแล้วแต่จะต้องการเสียด้วย

ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า

1…ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที
2…อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง ๆ

และในเคล็ดลับการลดความอ้วนด้วยเคล็ดในครั้งนี้เราได้ทำการทดสอบ กับคนที่ต้องการลดความอ้วนมาแล้วหลายคน(ใช้เวลาในการทำทุกวันประมาณ 2 อาทิตย์) และทุกคนก็ได้รับผลคือสามารถลดหน้าท้องและเอวให้เล็กลงมาได้อันเป็นที่น่าพอใจด้วยกันทุกคนเลย

ทำไมถึงเพียงแค่ใช้แค่ยางรัดที่ใช้รัดผมมารัดที่หัวแม่เท้าแล้วจึงลดความอ้วนที่เอวและที่หน้าท้องได้ล่ะ?

อันนี้มีเหตุผล

คนที่คิดเรื่องนี้ได้เขาค้นพบว่า การที่กระดูกบั้นเอว(โค๊ต สุ บัง) มีอาการ เบี้ยว โย้เย้(ยู กา มู) อยู่ไม่ตรงที่แน่นอน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอวและหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป

ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อยๆแบนราบลง

เป็นเคล็ดลับที่น่าทึ่งมาก(สำหรับคนที่เอวหนา ๆ และมีหน้าท้องอึ๋มๆ ลองนำไปทำดูกับตัวเองบ้างก็ได้

Tags:

5 วิธี…เพิ่มความดูดีและน่ารัก

ความงาม No Comments »

ความน่ารักเกิดขึ้นได้หลายทางค่ะ ทั้งจากการแต่งหน้า แต่งกาย ทรงผม และเครื่องประดับ น่ารักในยามพูดจา น่ารักที่กิริยามารยาท หรืออากัปกิริยาช่างน่ารัก นี่ยังไม่รวมนิสัยใจคอและมารยาทที่ดีนะคะ

null

ใครอยากเพิ่มความน่ารักให้แก่ตัวเอง โปรดลงมือทำสิ่งต่อไปนี้

  1.อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว

คนน่ารัก ไม่ได้แปลว่าเขาต้องสวยเริดหรือหล่อขั้นเทพ (อย่างที่คนสมัยนี้ชอบพูดกัน) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างไรก็ได้นะคะ ต้องรู้จักดูแลความดูดีของตัวเองด้วย เพราะเป็นต้นทุนหรือต้นทางของความน่ารัก แม้หน้าตาไม่สวยหล่ออย่างสมบูรณ์แบบ แต่หากมีความเกลี้ยงเกลา ผุดผาด สะอาด และดูสุขภาพดี ก็ย่อมเป็นที่สะดุดตาน่ามองแล้วค่ะ ดูแลรูปร่างให้ได้ชื่อว่า “หุ่นดี” เข้าไว้ ได้แต้มเป็นต่อมาเกินครึ่งแล้วค่ะ

จากนั้นปรับปรุงทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าและยุคสมัย ใช้การแต่งกายมาเสริมความน่ารัก โดยเฉพาะเสื้อผ้ากับเครื่องประดับต่างๆ หากเลือกได้อย่างเหมาะสมก็ช่วยเพิ่มความน่ามองและน่าประทับใจได้อีกด้วย

  2.พูดจาให้น่ารัก

พูดด้วยน้ำเสียงไพเราะเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องดัดเสียง ไม่ต้องทำเสียงสูงเสียงต่ำเหมือนดีเจ ไม่ต้องทำเสียงแอ๊บแบ๊วหรือเสียงขึ้นจมูกเหมือนนางเอกละครโทรทัศน์ ไม่ทำเสียงแปร๋นเหมือนนางร้าย รวมทั้งไม่ต้องเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจเหมือนตัวตลก หรือตัวตามนางทั้งหลายในจอโทรทัศน์ แต่พูดอย่างที่มนุษย์ธรรมดาสามัญทั่วไปเขาพูดกัน พูดจากความรู้สึกจริงๆ จริงใจ แจ่มใส และสุภาพ พูดด้วยจังหวะที่ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป เสียงดังพอเหมาะแก่การฟัง มีหางเสียง ค่ะ ครับ ทุกครั้งที่สนทนา ยกเว้นเพื่อนสนิทจริงๆ ที่เขาไม่ต้องการหางเสียงเหล่านี้ พูดให้ชัดเจน ถูกอักขรวิธี ร.เรือ ล.ลิง คำควบกล้ำ วรรคตอน ต้องถูกต้องเพื่อให้การสื่อสารไม่ผิดพลาด และต้องพูดให้รื่นหูคน

ที่สำคัญพูดแล้วต้องมีประเด็น ไม่ใช่พูดเรื่อยเปื่อย หรือพูดเพียงเพื่อจะรักษามารยาท จนคู่สนทนารู้สึกได้ การพูดไม่ว่าสั้นหรือยาว เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ต้องมีประเด็นหรือมีเป้าหมายในการพูด เช่น พูดเพื่อให้สบายใจ พูดเพื่อแสดงความเป็นกันเอง ลดความประหม่าตื่นเต้นหรือความรู้สึกแปลกหน้า แปลกที่ ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง พูดเชิญชวน พูดจูงใจ พูดเพื่อบอกกล่าวเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือแม้แต่พูดเพื่อให้คนฟังสนุก เหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมายของการพูด ซึ่งจะทำให้การพูดแต่ละครั้งมีคุณค่า เหมาะสมแก่กาลเทศะนั้นๆ และคนฟังไม่เบื่อ ไม่รำคาญ จนกระทั่งรู้สึกดีใจ สุขใจ หรือได้ประโยชน์จากการฟังได้ยิ่งดีค่ะ

  3.มีท่าทีที่น่ารัก

ท่าทีที่น่ารักก็คือ ความสุภาพ ผ่อนคลาย ให้เกียรติ ไม่เหยียดหยามด้วยสีหน้า แววตา คำพูด หรือภาษากายอื่นๆ เช่น ยืนกอดอกด้วยท่าทีระวังตัว จ้องตาเขม็ง มองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หรือทำประหนึ่งว่าเขาเป็นอากาศธาตุ ไม่มีตัวตน หรือมองด้วยหางตาอย่างหมิ่นแคลน เหล่านี้เป็นต้น

คนยิ้มแย้มแจ่มใส ดูจริงใจ และเป็นมิตร จะมีแรงดึงดูดให้คนเข้าหา เขาจะสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย ความเป็นกันเอง การเปิดกว้าง และการให้เกียรติที่คุณสื่อสารผ่านท่าทาง เขาจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้คุณ สบายใจและสุขใจที่จะสนทนาด้วย และจดจำได้ว่าคุณน่ารักแค่ไหน

  4.มีจิตใจที่น่ารัก

ไม่เย่อหยิ่งจองหองมองคนอื่นด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม แต่จงมีจิตใจที่กว้างขวาง ที่สามารถคบหาคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ และทุกอาชีพด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และปรารถนาดีต่อผู้อื่นอยู่เสมอ นั่นรวมถึงความซื่อสัตย์และความไว้ใจได้ ซึ่งจะทำให้คนอื่นคบหาเราด้วยความจริงใจและให้เกียรติเช่นเดียวกัน

จิตใจที่ดีจะส่งผ่านการกระทำที่น่ารัก เช่น ยิ้มหวาน รู้จักทักทาย กล่าวคำขอบคุณ ขอโทษ คิดถึง เป็นห่วง และรัก ได้อย่างเต็มใจ จริงใจ และน่าประทับใจ

ต้องเคารพและให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ ซึ่งในความเป็นมนุษย์ ไม่มีใครต่ำต้อยหรือสูงส่งไปกว่ากัน ทุกคนรู้ร้อนรู้หนาว รู้สุขรู้ทุกข์ และปรารถนาที่จะได้รับการปฏิบัติที่ดีจากผู้อื่นเหมือนๆ กันหมด อยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร จงปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้นก่อนเสมอ

  5.มีธรรมชาติและมารยาทที่น่ารัก

ในที่สาธารณะก็รู้จักวางตัว ในที่ส่วนตัวก็มีความเป็นกันเอง สงบ และสำรวมได้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนรู้กาลเทศะ และเป็นเช่นนั้นเสมอในทุกๆ ที่

เจอผู้ใหญ่ก็ยกมื้อไหว้ ทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส เดินผ่านผู้ใหญ่ก็สำรวม เก็บอาการ และให้เกียรติ ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ไม่แซงคิวคนอื่น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ใช้สมบัติสาธารณะอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้ของทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด รู้จักประหยัด อดออม ห่วงใย สนใจ และดูแลสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เหล่านี้คือธรรมชาติที่บางทีเราไม่รู้ตัว แต่คนที่ได้รับการขัดเกลามาดี แม้ไม่รู้ตัว ก็ยังแสดงออกในสิ่งเหล่านี้ได้อย่างน่ารักเสมอ

อยากเป็นคนน่ารัก อย่าเพียงแค่อ่านเพลินๆ นะคะ อะไรที่ยังขาดหายไป ลองไปเพิ่มเติมให้แก่ตัวเองด้วยการลงมือฝึกฝนและปฏิบัติ แล้วคอยสังเกตนะคะ ว่าคุณเป็นที่รักของใครต่อใครมากขึ้นหรือเปล่า มีคนชื่นชมคุณมากขึ้นหรือเปล่า

ไม่ทำก็ไม่รู้หรอกค่ะ ฉะนั้น ลงมือเสียตั้งแต่วันนี้นะคะ ขอให้โชคดี เป็นที่ชื่นชมและที่รักของคนทุกคนนะคะ

Tags: ,

มารู้จัก ไวท์เทนนิ่ง กันเถอะ

ความงาม No Comments »

null

 

     คำว่าไวท์เทนนิ่ง ก็คือ สารประเภทที่ทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) ด้วยกระบวนการหลักของการลดการผลิตเม็ดสีใต้ชั้นผิว ซึ่งอาจจะปรากฏอยู่ในหลายรูปแบบ เช่น เป็นยารักษา , เป็นเครื่องสำอางค์ควบคุม และเป็นเครื่องสำอางที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

สารที่ทำให้ผิวขาวนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น แบบที่เรียกว่าสารฟอกสี (Bleach Agents) ซึ่งค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องควบคุมโดยแพทย์, แบบเคลือบปกปิด ( Covering Agents) สำหรับใช้ชั่วครั้งชั่วคราว โดยมี Titanium Dioxide เป็นสารหลัก คุณสมบัติของมันก็คือเคลือบผิวเฉพาะกิจพอล้างหรืออาบน้ำก็หลุดออกหมด

สารประเภทที่น่าสนใจ และเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการของไวท์เทนนิ่งเต็มๆ ก็คือ AHA - Alpha Hydroxy Acids หรือกรดผลไม้หลากชนิด, Retinol A,Kojic Acid และ วิตามินบี 3 ผลิตภัณฑ์ของไวท์เทนนิ่งเป็นแหล่งรวมของสารผสมที่ทำงานครอบคลุม

ปกติผิวของเราจะมีเซลล์สี Melanocytes เป็นตัวกลางสร้างเมลานินมากำหนดสีผิว ไม่ว่าผิวจะคล้ำเข้มทั้งตัวหรือคล้ำเป็นหย่อมๆ เฉพาะที่เนื่องจากโดนกระตุ้นจากปัจจัยใดๆ ก็ตาม แต่การที่เมลาโนไซต์สจะผลิตหรือสร้างเมลานินเมื่อไรนั้น มันจะต้องได้รับคำสั่งจากเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase เสียก่อน เอนไซม์ไทโรซิแนสตัวนี้เองที่เหล่านักวิชาการความงามให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากควบคุมมันได้ ก้จะส่งผลต่อการทำงานของเมลาโนไซต์สด้วยไม่ว่าจะสภาพผิดปกติ หรือ สภาพปกติ

จากการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องยาวนานก็ทำให้พบสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น โคจิกแอซิด ซึ่งเป็นกระชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักกลูโคสของผลผลิตในธรรมชาติมีคุณสมบัติบางอย่างที่ช่วยในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิแนส ไม่ให้มันสั่งพร่ำเพรื่อเสียจนผลิตเซลล์เม็ดสีออกมาเกินควร

ในส่วนของ เอเอชเอ ก็มีคุณสมบัติไปละลายเนื้อเยื่อที่เกาะเกี่ยวอ้อยอิ่งอยู่ตามเซลล์เสื่อมสภาพทั้งหลาย จึงมึผลด้านการผลัดลอกเซลล์ผิวชั้นบน โดยมีเรตินอลเอ เป็นตัวเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่และวิตามินบี 3 จะไปช่วยลดการกระจายตัวของเซลล์เม็ดสีอีกแรงหนึ่ง

นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ยังมีการเติมสารประเภทอะมิโนโปรตีนเสริมเข้าไปเพื่อให้ทั้งแก้ไขปัญหา และ บำรุงสภาพผิวพร้อมกันเมื่อทั้งหมดผนึกกำลังทำงานร่วมกันจึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวดูสดใสขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญที่ควรทราบก็คือ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะ ทั้งเรตินอล เอ และ เอเอชเอ ไม่ชอบแดดโดนเมื่อไรจะยิ่งมีปฏิกิริยาระคายเคืองจึงต้องใช้ควบคู่กับครีมกันแดดเสมอ และแม้ว่าไวท์เทนนิ่งจะช่วยให้ผิวสดใสขึ้น แต่หากใช้อย่างบ้าคลั่งผิวก็มีสิทธิ์อ่อนแอและบางลงได้ง่ายๆ ความที่ทั้งเร่งผลัดลอกเซลล์ผิวและควบคุมกลไกการทำงานของร่างกายมากเกินควร

Tags:

ดูแลผม ก่อน-หลัง ดัด

ความงาม No Comments »

null

บำรุงผมก่อนจะดัด

  1. ถ้ามั่นใจว่าเส้นผมของเราแข็งแรงพอที่จะดัดแล้วล่ะก็ ก่อนการดัดประมาณ 2-3 สัปดาห์ เส้นผมควรได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ โดยการใช้ทรีตเม้นท์แบบเข้มข้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมอย่างเต็มที่เพราะภายหลังจากการดัดผมแล้ว เส้นผมจำเป็นจะต้องได้รับการบำรุงมากยิ่งขึ้น
    2. เมื่อผมใหม่งอกยาวขึ้น บริเวณรากผมที่ดัดไว้จะตกลงมา ควรพิจารณาดูว่าจะมีการดัดเพิ่มเฉพาะช่วงรากหรือค่อยๆ เล็มผมแล้วดัดเพิ่มใหม่ทั้งหมด แต่อย่าดัดซ้ำสองในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นผมนั้นอ่อนแอและเสียไปในที่สุด
    3. ควรเว้นระยะประมาณ 2 สัปดาห์ ระหว่างการดัดผม ไม่อย่างนั้นจะต้องเผชิญกับปัญหาเส้นผมแห้งเสียเหมือนฟางข้าวแทนที่ลอนผมสลวยสีสันสดใสได้

การดูแลเส้นผมหลังจากการดัด  

    1. ควรใช้แชมพูสำหรับผมแห้งซึ่งมีน้ำมันซิลิโคนที่มากสักหน่อยเป็นประจำ จะช่วยทำให้ผมลื่นและดูเงางาม
    2. ใช้น้ำมะนาวผสมน้ำให้เจือจาง นำมาชโลมเส้นผมหลังจากล้างน้ำครั้งสุดท้าย ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น กรดของน้ำมะนาวจะช่วยให้ไฟเบอร์ในผมยึดเกาะกันได้แน่น ผมจะเรียบขึ้น หวีง่ายขึ้น และสะท้อนแสงไฟได้ดีขึ้น ทำให้ผมดัดแลดูเป็นเงางาม
    3. นำเนื้ออะโวคาโดผสมกับน้ำมันทานตะวัน 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีกเล็กน้อยชโลมบนผมเปียก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้หมดช่วยบำรุงผม
    4. ไม่ควรสระผมภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากการดัดผมมาหมาดๆ
    5. เมื่อครบกำหนดเวลา ควรใช้แชมพูและครีมนวดสูตรเฉพาะสำหรับผมดัดเท่านั้น
    6. หวีผมด้วยหวีซี่ห่าง ไม่ควรใช้แปรงหวีผมเด็ดขาด และหากจะให้ดีควรใช้นิ้วมือช่วยจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่เข้าทางก็พอ
    7. หลังจากสระผมควรซับให้แห้ง เพราะความเปียกสามารถทำให้เส้นผมยืดตัวได้ง่าย
    8. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับการดัดผม ปล่อยให้เส้นผมแห้งเอง
    9. ใช้เซรั่มลดความฟูของเส้นผม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเส้นผมแบบ Super Hold ประเภทแว็กซ์หรือโลชั่นลูบผม จะช่วยให้ทรงผมจัดลอนได้สวยงาม
    10. ใช้ไดร์เป่าผมให้เสยไปด้านหลัง แล้วใช้นิ้วมือเสยผม จนผมหยิกเริ่มคลายลอน ใช้น้ำมันใส่ผมหรือแฮร์โค้ทชโลมเบาๆ จะได้ผมทรงใหม่เป็นลอนสวยไม่หยิก
    11. ควรนวดหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและการผลิตไขมัน
    12. ใช้สเปรย์เพิ่มวอลุ่มเส้นผม
    13. ผมลอนใหญ่จัดทรงยาก ใช้มูลชโลมผมที่เปียกหมาดๆ แสกผมแล้วแบ่งผมเป็นช่อ ม้วนโรลขนาดใหญ่ทิ้งไว้ให้แห้งใช้นิ้วจัดแต่งทรง

Tags: ,

เรื่องสิว สิว กับ วิธีการดูแลรักษาหน้าสำหรับสาวๆ

ความงาม No Comments »

null

วิธีรักษาสิวแบบประหยัด

ใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ แล้วไม่อยากไปรักษาแพง ๆ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีรักษาแบบประหยัดมาฝากกัน…

- ต้องถ่ายน้ำเหลืองออกจากตัวบ้าง ด้วยการไปซื้อ “ดีเกลือฝรั่ง” มารับประทาน ราคาก็ไม่แพงมากนัก

- ควรลดอาหารประเภทมีไขมันสูงและเผ็ดจัด เช่น อาหารที่ทำจากกะทิ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็จะดี เพราะไขมันเหล่านี้จะทำให้รูขุมขนอุดตัน ส่วนความเผ็ดจะเร่งให้สิวเกิดมากขึ้น

- ใช้ปลายนิ้วถูตามใบหน้าแรง ๆ เพื่อให้กากไขมันหลุด แต่ไม่ต้องแรงมากจนเป็นผื่นแดงเพราะจะทำให้ใบหน้าเป็นแผลและมีอาการแสบได้

- ทุกครั้งที่หน้าเปียกให้เช็ดหน้าให้แห้งทันที โดยการซับหน้าเบา ๆ

- ต้องงดใช้เครื่องสำอางเพื่อเพิ่มความสวยทุกชนิดสักระยะ แม้แต่แป้งก็ห้ามใช้ ทั้งนี้เพื่อรักษาใบหน้าให้สะอาด แห้ง และจะได้ไม่มีอะไรมาอุดตันรูขุมขน

- ควรรับประทานผักและดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อระบบขับถ่ายที่ดี เพราะการที่เบ่งอุจจาระก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้

อาหารป้องกันสิว

สิวเกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันที่ผิวหนัง ส่วนใหญ่จะเกิดบนใบหน้า ในบาง กรณีจะเกิดบน หลัง ไหล่ หน้าอกและแขน สิวจะพบมากในวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมน ไปกระตุ้นการหลั่งของต่อมไขมัน

ความเครียดนับเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว สารอาหารต่างๆ ที่ช่วย ลดความเครียดจึงมีความสำคัญต่อการช่วยลดการเกิดสิวได้ การได้รับอาหารถูกต้อง ตามหลักโภชนาการและรักษาผิวหนังให้สะอาดเป็นประจำ รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ และได้รับแสงแดดบ้างจะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้

สำหรับเรื่องอาหาร พบว่า มีการใช้สารอาหารบางชนิดในการป้องกันและ รักษาสิว เช่น วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินดี และวิตามินอี แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม โครเมียม กำมะถันและสังกะสี ทั้งในรูปของการกินและการใช้ทาภายนอก สารอาหารดังกล่าวพบได้ในอาหารทั่วไป ดังนั้น เพื่อเป็น การป้องกันสิว วัยรุ่นควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และให้มีความหลากหลายในแต่ละหมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะสังกะสีซึ่งมีมากในข้าวกล้อง ถั่วเหลือง อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ ไข่ และ ตับ เพราะสังกะสีเป็นสารจำเป็นสำหรับการทำงานของต่อมไขมันและสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้น การกินอาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุเพียงพอ
ร่วมกับการปฏิบัติอื่นๆ ดังกล่าวข้างต้นจะช่วยป้องกันสิวได้

สิวเสี้ยนเกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน ไม่ว่าการอุดตันนั้นจะเกิดจากการทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ หรือจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตันก็ตาม การดูดสิวเสี้ยนจะยิ่งทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่ายขึ้น และทำให้สิวเสี้ยนเกิดขึ้นได้ซ้ำอีก

คนที่มีผิวมัน ต้องพยายามเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวที่ปราศจากน้ำมัน 100% รวมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการควบคุมความมันร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มซับมัน หรือแป้งที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความมัน ฯลฯ ถ้าควบคุมความมันได้ ปัญหาสิวก็จะลดลงค่ะ

ส่วนรอยแผลดำ ๆ จากสิว เกิดจากการอักเสบของสิว การบีบหรือแกะสิว ซึ่งทำให้ผิวปกป้องตนเองด้วยการปล่อยเม็ดสีออกมาในบริเวณนั้น และเกิดเป็นรอยดำ ซึ่งรอยดำเหล่านี้จะค่อย ๆ จางลงไปได้เองตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ของผิว โดยไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ แต่ถ้าใจร้อนอยากให้รอยแผลจางลงเร็วขึ้น ในปัจจุบันก็มีการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA ในปริมาณความเข้มข้นไม่เกิน 5% ทาบาง ๆ ทุกวัน เช้า - เย็น ก็จะทำให้รอยจางลงได้ แต่ต้องแน่ใจว่าผิวไม่แพ้สารเหล่านี้นะคะ

อยากรู้ว่าทำอย่างไรให้สิวหาย
1. ทำความสะอาดปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนให้บ่อยขึ้น
2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวโดยไม่ต้องใช้หลายยี่ห้อ เลือกชนิดที่ผิวหน้าไม่แห้งตึง และไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะตอนเย็น ควรล้างด้วยเคล็นเซอร์อย่างน้อย 2 - 3 ครั้ง
3. ช่วงที่เป็นสิว แนะนำให้หยุดครีมบำรุงผิวไว้ก่อนนะคะ แก้ปัญหาสิวให้จบ แล้วค่อยบำรุงทีหลังก็ไม่สายค่ะ
4. พยายามนอนให้เร็วขึ้น และอย่าให้ท้องผูก
5. ความเครียด การคิดมาก ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นสิว หาอะไรทำให้ผ่อนคลาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง ฯลฯ
6. อย่าเพิ่งใช้ยาอะไรทาผิวหน้าในช่วงนี้ รักษาความสะอาดให้ดีก่อน แล้วปัญหาสิวจะค่อย ๆ ลดลงได้เองค่ะ หลีกเลี่ยงการใช้มือจับหน้าในระหว่างวัน และไม่ควรใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้านะคะ ให้ใช้กระดาษทิชชูกล่องซับแทน ฯลฯ

คือว่า…ไปกดสิวที่คลินิกความงาม อยากรู้ว่าเป็นการกระทำที่ถูกวิธีรึเปล่าการกดสิว เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนมีขนาดกว้างขึ้นค่ะ ในขณะที่กดสิวเราอาจรู้สึกดีที่ทำให้สิวหลุดออกมาได้ แต่หลังจากนั้นรูขุมขนของเราที่ขยายอยู่จะกลายเป็นบ่อดักสิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้เข้ามาอุดตันมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อรวมกับน้ำมันตามธรรมชาติของผิว ก็จะกลายเป็นสิวขึ้นมาอีก ทำให้เราต้องกลับไปกดสิวอีกเรื่อย ๆ

วิธีการดูแลให้ผิวใสไร้สิวด้วยตัวเราเองนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่ล้างหน้าให้สะอาดด้วยเคล็นเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะในตอนเย็นควรล้าง 1 - 2 ครั้ง จนแน่ใจว่าผิวสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้มือที่ไม่สะอาดจับใบหน้า ระวังอย่าให้ท้องผูก ทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมาก ๆ และไม่ควรนอนดึก ฯลฯ

ทำยังไงให้รูขุมขนที่ใบหน้ากระชับขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และแนะนำโฟมล้างหน้าสำหรับคนผิวมันหน่อยนะคะ
ต้องบอกว่ารูขุมขนคนเราไม่สามารถทำให้มีขนาดเล็กลงได้อย่างถาวรค่ะ แต่สามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นได้หากเราทำความสะอาดไม่ดีและมีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน…

ถ้าเราล้างหน้าได้สะอาดหมดจดจริง ๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนดูเหมือนว่ามีขนาดเล็กลง ผิวละเอียดขึ้น

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสำหรับคนผิวมัน ควรมีคุณสมบัติในการควบคุมความมัน ปราศจากน้ำมัน100% มีค่าความเป็นกรด - ด่างที่สมดุลย์กับผิว ล้างแล้วไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงค่ะ

เป็นคนชอบใช้แป้งเด็กทาหน้ามากจะมีปัญหาต่อผิวหน้าไหมคะ ช่วยบอกหน่อยคะ

การใช้แป้งเด็กทาหน้า ไม่เห็นน่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเด็กเล็ก ๆ ยังใช้ได้… คงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนคิดนะคะ

โมเลกุลของแป้งเด็กที่ละเอียด เวลาอยู่บนผิวเด็กก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะผิวเด็กก็ละเอียด แต่เราเป็นผู้ใหญ่ ขนาดของรูขุมขนขยายขึ้น รวมทั้งมีน้ำมันตามธรรมชาติของผิวซึ่งเป็นเสมือนตัวดักฝุ่นอยู่แล้ว เมื่อเราใช้แป้งเด็กซึ่งมีความละเอียดมาก จึงทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขนสะสมไปเรื่อย ๆ

ระยะแรกเราจะไม่รู้สึกถึงการอุดตันนี้ กว่าจะสังเกตว่าผิวไม่เรียบ เป็นคล้าย ๆ สิวอุดตัน สิวไม่มีหัว ก็ใช้เวลาหลายปี ซึ่งถ้าเป็นแล้วสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือหลีกเลี่ยงการใช้แป้งเด็กกับผิวหน้า ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และรอให้เซลล์ผิวค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นตามธรรมชาติ จนกระทั่งสิวอุดตันค่อย ๆ ตื้นขึ้นจนหลุดออกไป ซึ่งต้องบอกว่าใช้เวลานานมาก ขอให้ใจเย็น ๆ ค่ะ

วิธีล้างหน้าให้ถูกวิธี

ความงาม No Comments »

null

การล้างหน้าถือเป็นการทำความสะอาดผิวหน้า ที่ทุก ๆ คนสมควรจะกระทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะในแต่ละวันเรามักจะต้องเจอฝุ่นควันต่าง ๆ ไหนจะเครื่องสำอางค์ต่าง ๆ อีก ดังนั้นการล้างหน้าจึงเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อยู่บนผิวหน้าให้หมดไป

แต่การล้างหน้าที่ดีนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องทำตามวิธีที่ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์ ในทางกลับกันหากคุณล้างหน้าไม่ถูกวิธี แม้ว่าใบหน้าของคุณจะสะอาดจริง แต่ก็อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวอย่างอื่นตามมา ซึ่งการล้างหน้าที่ถูกต้องทำได้ดังนี้

เริ่มจากการล้างหน้าวันละ 2 ครั้งคือตอนตื่นนอนตอนเช้ากับตอนอาบน้ำตอนเย็น ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าแห้งได้ เว้นเสียแต่ว่าคุณไปทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อมาก ๆ เช่น หลังจากการเล่นกีฬา หรือ ทำไร่ทำสวน ซึ่งอาจจะทำให้ใบหน้าของคุณสกปรก อันนี้อนุโลมให้ล้างหน้าได้ค่ะ

น้ำเปล่าธรรมดาที่ไม่ร้อน ไม่เย็นจนเกินไป คือน้ำที่เหมาะที่จะใช้ล้างหน้ามากที่สุด ในขณะที่ล้างหน้าควรล้างอย่างเบามือที่สุด ไม่เช็ด หรือถูหน้าแรง ๆ เด็ดขาด นอกจากนี้คลีนเซอร์หรืออุปกรณ์ล้างหน้าอื่นๆ นั้นแนะนำสำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ แต่ถ้าคุณไม่ได้แต่งหน้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็แทบจะไม่มีความจำเป็นเลยค่ะ

คนที่ล้างหน้าบ่อย ๆ และใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าบ่อย ๆ นั้นส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายคนมักจะเข้าใจว่า ขี้ไคลเป็นสิ่งสกปรกดังนั้นหลาย ๆ คนจึงเช็ดถูผิวหน้าจนเกลี้ยง แบบว่าขี้ไคลก็ไม่เหลือแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็ดูจะเป็นความเข้าใจที่ผิดไปสักหน่อย เพราะขี้ไคล คือ ชั้นหนังกำพร้าที่เกาะติดอยู่กับผิวหนังชั่นบน ควบคู่ไปกับชั้นน้ำมันเคลือบผิวที่คอยเป็นเกราะคุ้มกัน ปกป้องผิวจากฝุ่นละอองเชื้อโรค และสารเคมีไม่ให้ซึมฝ่าลงไปทำร้ายผิวได้ หากคุณทำความสะอาดใบหน้ามากจนเกินไปอาจจะทำให้ผิวหน้าเราขาดภูมิคุ้มกันธรรมชาติไปได้ และนั่นอาจจะเป็นส่วนหฯึ่งที่ทำให้ผิวของคุณแพ้ง่าย

โดยธรรมชาติแล้ว ผิวหนังกำพร้าของคนเรา จะหลุดออกมาเองทุกวัน และจะพาเอาแป้งและฝุ่นออกมาด้วย โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงถูเลยทีเดียว แต่เพราะเดี๋ยวนี้สาว ๆ หลายคนมักจะแต่งหน้ากันเป็นประจำทุกวัน จึงทำให้การล้างหน้าต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเพิ่มขึ้นมา

แต่ถ้าวันไหนที่คุณอยู่บ้านเฉย ๆ ก็แนะนำว่าให้อยู่บ้านโดยไม่แต่งหน้าดูนะคะ ถือเป็นการพักผ่อนใบหน้า แถมยังไม่ต้องเสียเวลายุ่งยากในการล้างหน้าด้วยค่ะ

Tags:

การเลือกสีผมต้องดูจากสีผิว

ความงาม No Comments »

null

จะทำสีผมทั้งที ใครๆ ก็คงหวังให้สีผมใหม่เป็นตัวช่วยเพิ่มรัศมีความหน้าตาดีให้กับตัวเอง แต่ถ้าเป็นไปในตรงกันข้ามก็คงจะแย่ จึงขอเสนอแนะเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยเสริมความงาม และความกิ๊บเก๋ให้แต่ละคนจะได้ไม่ผิดหวัง เนื่องจากบางครั้งหลายคนชอบสีไหนก็จะเลือกสีนั้นตามแต่ใจต้องการ หรือบางทีก็อาจจะดูตัวอย่างจากบรรดานางแบบ ดาราที่เราชื่นชอบ แต่เมื่อทำเสร็จแล้วกลับไม่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้น อันดับแรกควรจะต้องพิจารณาจากสีผิวหน้า และผิวตัวของเราเองเป็นหลัก

สำหรับใครก็ตามที่มีผิวสองสี การเลือกสีผมไม่น่าจะยุ่งยาก หรือมีปัญหาใด ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่สามารถเข้าได้กับทุกสี ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มหรืออ่อนอย่างดำน้ำเงิน น้ำตาลแดงม่วง น้ำตาลทอง หรือน้ำตาลอ่อนเป็นต้น

ผู้ที่มีผิวคล้ำ ควรเลือกสีโทนร้อนที่อ่อนกว่าผิวหน้าเล็กน้อย เพื่อทำให้ใบหน้าดูสว่างและนวลเนียน อย่างเช่น สีน้ำตาลแดงจัด น้ำตาลแดงอ่อน น้ำตาลแดงปานกลาง น้ำตาลเข้ม น้ำตาลทองเข้ม มะฮอกกานี หรือน้ำตาลอ่อน

ผู้ที่มีผิวขาวจัด หรือขาวเหลือง ควรเลือกสีน้ำตาลที่มีประกายแดง เช่น น้ำตาลแดงเข้ม น้ำตาลแดงจัด หรือน้ำตาลม่วงเข้ม เนื่องจากจะช่วยทำให้ผิวหน้าเป็นสีชมพูขึ้น

และสำหรับผู้ที่มีผิวขาวชมพู ไม่ควรเลือกสีเข้มๆ แต่ควรเลือกสีน้ำตาลโทนร้อน อย่างน้ำตาลแดงจัด หรือสีมะฮอกกานี น้ำตาลปานกลาง จะทำให้ดูไม่ซีดเซียวจนเกินไป

อย่างไรก็ดี คำเตือนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกทำสีผมอะไรก็แล้วแต่ ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี และได้มาตรฐานพอสมควร อย่าเห็นแก่ของถูก เนื่องจากบางครั้งไม่เพียงแต่ทำให้ผมเสียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย

Tags:

เคล็ดลับ ความสวย เอาชนะหน้าร้อน

ความงาม No Comments »

 null

หน้าร้อนอาจให้ความรู้สึกที่คึกคักสดใส แต่ความร้อนจนแทบละลาย ก็ทำให้ใบหน้าสวยๆ ของคุณมันเยิ้ม และเครื่องสำอางเลอะเลือนได้ง่าย ด้วยความร้อนและความชื้นเป็นสาเหตุสำคัญ เราจึงได้สรรหาเคล็ดลับในการแต่งเติมความงามที่จะทำให้คุณดูสดใสและสวยงามได้ยาวนาน ถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจก็ตามที งั้นเรามีเคล็ดลับความงามที่เอาชนะอากาศร้อนได้ดีที่สุดสำหรับทุกคนมาฝากกันค่ะ

1. ถึงเวลาใช้ไฟรเมอร์ คุณจะไม่เสียใจเลยกับเวลาสองสามวินาทีที่ใช้ไปกับการทาไพรเมอร์ ซึ่งใช้หลังจากมอยส์เจอไรเซอร์และก่อนเครื่องสำอาง ไพรเมอร์เป็นชั้นของเมกอัพที่ไม่ให้ความรู้สึกหนาหนัก แต่จะช่วยทำให้เมกอัพติดทนานานขึ้น

2. ให้เมกอัพบางเบาลง เช่นเดียวกับที่เรามักจะเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบา คุณก็ควรแต่งหน้าด้วยเมกอัพที่เบาลงเช่นกัน โดยเปลี่ยนจากรองพื้นมาเป็นมอยส์เจอไรเซอร์แบบเจือสี (Tinted Moisturzer) สูตรบางเบาของมันจะทำให้ผิวรู้สึกโปร่งสบาย และไม่ไหลเยิ้มในช่วงอากาศร้อน แต่ถ้ารู้สึกว่าปกปิดไม่ค่อยดีนัก ลองใช้รองพื้นแบบครีมหรือแบบแท่งทาทับในบริเวณที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ รองพื้นจะมีเนื้อบางเบากว่าคอนซีลเลอร์จึงไม่ไหลเยิ้มได้ง่าย จากนั้น ปัดแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสงทับ เพื่อเซ็ตรองพื้นให้อยู่ตัว

3. เลือกสีสดใส คุณมักใส่เสื้อสีสดใสหรือหิ้วกระเป๋าสีสดๆ ในหน้าร้อน และตอนนี้ก็เป็นห้วงเวลาที่เหมาะแก่การเล่นกับสีเมกอัพของคุณเช่นกัน สีสันสดๆ จะทำให้ใบหน้าของคุณดูสดชื่น และทำให้ผิวดูผุดผ่องและอ่อนเยาว์ ถ้าคุณมักจะแต่งหน้าด้วยสีกลางๆ ลองทดลองกับสีสดใสแค่หนึ่งสี และพวงแก้มสีสุกปลั่งเป็นบริเวณที่เหมาะแก่การทดลองอย่างมาก

4. หยุดความมัน บริเวณทีโซนที่เป็นมันเยิ้มไม่เซ็กซี่แม้แต่นิดเดียว เพื่อกำจัดความมันวาว ซึ่งไม่น่ามองในไม่กี่วินาที ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่ากระดาษซับมัน เพราะมันราคาถูก ใช้ง่าย และได้ผลดี ถ้าคุณอยากเติมเมกอัพของคุณสักหน่อย ก็ซับความมันวาวก่อน แล้วปัดแป้งฝุ่นที่มีประกายแวววาวเล็กน้อย มันจะทำให้หน้าคุณดูไม่มันเยิ้ม และยังคงความเปล่งปลั่งอยู่

5. เปลี่ยนลิปสติก เนื่องจากลิปสติกสีเข้มๆ ให้ความรู้สึกร้อนเกินไป เมื่อเวลาที่อากาศอ่นขึ้น ลองเปลี่ยนมาใช้ลิปบาล์มแบบเจือสีหรือลิปสติกแบบเนื้อบางเบา และเลือกแบบที่มีสารกันแดดเพื่อการปกป้องที่เพิ่มขึ้น

6. อายแชโดว์ติดทนนาน หลีกเลี่ยงอายแชโดว์แบบครีมและใช้อายไพรเมอร์แทน มันจะลดการเกิดคราบ และติดทนนาน หรือทาอายแชโดว์แบบฝุ่นทับแบบครีมเพื่อให้มันติดทนขึ้น และไม่เป็นคราบ อย่าลืมดูอายไลเนอร์ไม่ให้ไหลเลอะเทอะ ด้วยการเขียนอายไลเนอร์ตามปกติ แล้วใช้แปรงปลายตัด ทาอายแชโดว์สีเข้มทับลงไปบนเส้นนั้น อายไลเนอร์จะติดทนนานขึ้น

7. ใช้เครื่องสำอางกันน้ำ ถ้าคุณเคยใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำมาก่อน และไม่ค่อยชอบเท่าที่ควร ลองใช้มันอีกสักครั้ง เพราะเดี๋ยวนี้มาสคาร่าแบบกันน้ำสูตรใหม่จะดีกว่าเดิม แต่ถ้าไม่อยากเปลี่ยนจากมาสคาร่าเดิมที่คุณชอบ ลองทาแบบกันน้ำเฉพาะที่ปลายขนตาทับลงไปบนมาสคาร่าปกติที่คุณใช้ เพื่อให้มันติดทนนานขึ้น

Tags: ,

ผลไม้ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

ความงาม No Comments »

null

แอ๊ปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย แอ๊ปเปิ้ลมีสารที่สำคัญหลายชนิด เช่นเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ชื่อเพกทิน ซึ่งสารนี้จะช่วยกำจัดสารพิษทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอ๊ปเปิ้ลยังมีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น

องุ่น เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย อุดมด้วยเกลือแร่ ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย

แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอกล้างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต และทำให้สบายท้อง

สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้ช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ และช่วยกำจัดน้ำมูก

มะละกอและมะม่วง ทั้งสองอย่างนี้มีลักษณะคล้ายกัน ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเพปซินในกระเพาะอาหารดังนั้นจังช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เช่นเดียวกับโปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

การล้างพิษเป็นวิธีหนึ่งของการดูแลสุขภาพ และถ้าหากคุณอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ต้องเริ่มต้นดูแลและใส่ใจกันตั้งแต่วันนี้กันเลยนะคะ

Tags:

ช็อกโกแลตมีประโยชน์เหมือนกันนะ

ความงาม No Comments »

null

ช็อกโกแลต นอกจากคนทานจะได้สัมผัสกับรสชาติความอร่อยที่หอมหวานมันเข้มข้น ยังได้รับประโยชน์ต่างๆ ต่อร่างกายอีกด้วย เพราะให้ทั้งคุณค่าพลังงานคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เอ ดี เค และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง ในช็อกโกแลตร้อน 1 ถ้วยมีปริมาณสารคาเฟอีนประมาณ 10 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยกว่าในกาแฟถึง 10 เท่า แต่สามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้มีความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้เช่นเดียวกัน แถมยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย เพราะในช็อกโกแลตมีสารบางชนิดที่ไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเคมีแห่งความสุขที่ชื่อ “เอ็นดอร์ฟิน” (Endorphin) ออกมา ช่วยปรับอารมณ์ทำให้เรามีอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย

และยังมีรายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับการรับประทานช็อกโกแลต พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกว่า “ฟลาโวนอยด์” (Flavonoid) เป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่นเดียวกับที่พบในพืชผัก ผลไม้ ไวน์แดง และใบชา ดังนั้นการรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากไม่น้อยจนเกินไป จะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ หรือช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานของจุลสาร American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่า เราจะได้รับประโยชน์จากช็อกโกแลตหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น โดยการรับประทานช็อกโกแลตดำประมาณครึ่งออนซ์ จะทำให้ความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกายเราเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณของ LDL หรือ Low-density Lipoprotein Cholesterol ซึ่งเป็นคลอเลสเตอรอลที่เป็นพิษก็จะลดลงเช่นกัน

ได้อัพเดทข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของช็อกโกแลตแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทุกคนหันมาทานขนมชนิดนี้กันมากจนเกินไปนะคะ เพราะในสิ่งที่มีข้อดี ก็คงต้องมีข้อเสียอยู่บ้าง อย่างแรกที่เห็นได้ก็คือเป็นตัวช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับคนทานได้อย่างดีเลย จะให้ได้ประโยชน์ที่สุด ก็ทานในปริมาณที่พอเหมาะแล้วกันนะคะ

Tags:
Powered by Promote website.
Images by desEXign.