โย โดนทักชะตาขาด ซวยซ้ำเป็นซีสต์หน้าอก-ริดสีดวงเส้นเสียง

ข่าวดารา No Comments »

null

นางแบบก้านยาว โย-ยศวดี แจงสาเหตุผอมบักโกรก ป่วยเป็นซีสต์บริเวณหน้าอก คาดผ่าตัดอีก 4 เดือนข้างหน้าเพราะเม็ดซีสต์โตขึ้นเรื่อยๆ เผยไม่กังวลอนาคตกลายเป็นเนื้อร้าย มั่นใจดูแลตัวเองดีและเชื่อในวิวัฒนาการการแพทย์สมัยนี้ ส่วนอาการเสียงแหบตรวจเจอเม็ดบริเวณเส้นเสียงที่อาจกลายพันธุ์เป็นริดสีดวงเส้นเสียง คาดอาจผ่าตัดพร้อมซีสต์หน้าอกทีเดียว

  หอบรูปร่างผอมบักโกรกมาเดินแฟชั่นในงานเปิดร้าน “ลา เพอร์ลา” ที่ห้างสรรพสินค้าเกสรพลาซ่า เมื่อวันก่อน ผู้สื่อข่าวได้ตรงรี่ไปสอบถามนางแบบก้านยาว โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร ถึงสาเหตุ เจ้าตัวจึงเผยอาการป่วยให้ฟังว่า

“จริงๆ โยไม่สบายแค่เสียง ร่างกายแข็งแรงปกติ การที่น้ำหนักลดลงไม่ใช่ว่าไม่แข็งแรง เพียงแต่มันเป็นผลเนื่องจากยาบางตัวเพื่อที่จะรักษาซีสต์ที่หน้าอก เพราะฉะนั้นโยทานปกติแต่น้ำหนักไม่ขึ้นแค่นั้นเอง หมอบอกฮอร์โมนปกติ เนื่องจากเราทานยาตัวนี้มาหลายปี พอต้องหยุดทานเพราะตรวจเจอซีสต์มันก็เลยมีผลข้างเคียงต่อเรื่องการทานอาหารของเรา”

“โยเป็นซีสต์ที่หน้าอกทั้งหมด 3 เม็ด ข้างซ้าย 1 และข้างขวา 2 ตอนแรกที่ตรวจเจอตกใจมาก เพราะเราไม่รู้ว่าจะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่า แต่หมอบอกว่าส่วนใหญ่จะเกิดกับวัยรุ่น ณ ตอนนี้ อายุแค่ 20 กว่าตรวจก็เจอแล้ว อยู่ที่ว่ามันจะโตหรือไม่โต บางคนไม่โตก็เก็บไว้ได้ตลอด ส่วนของโยไซส์โตขึ้นค่ะ รอบสองเดือนที่ผ่านมาไปตรวจก็มีข้างขวาที่เม็ดใหญ่ขึ้นมาประมาณ 2 เซ็นติเมตร คาดว่าอีก 4 เดือนข้างหน้าน่าจะผ่าข้างขวา ที่มั่นใจเพราะจับแล้วเหมือนมันโตขึ้นตลอด”

“เรื่องการตรวจทุกๆ 6 เดือนเราต้องไปเช็ค แต่โยเพิ่งเป็นเดือนที่ 8 ฉะนั้นก็ต้องรออีก 4 เดือนถึงจะตรวจรอบสอง พอตรวจครบสองรอบปุ๊บถ้าไซส์ของซีสต์มันโตขนาดผ่าได้ก็ผ่า โยมั่นใจเรื่องวิวัฒนาการเลยไม่กลัว แล้วโรงพยาบาลกรุงเทพก็เป็นโรงพยาบาลที่ดีด้วย โยไม่กังวลว่ามันจะกลายเป็นมะเร็ง คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นกรรมพันธ์ถึงแม้คุณพ่อจะเป็นมะเร็งก็ตาม มันอยู่ที่การดูแลร่างกายมากกว่า”

  เผยสาเหตุที่ทำให้เสียงแหบแห้งตลอด เนื่องจากตรวจเจอเม็ดบริเวณเส้นเสียง หากปล่อยไปจะกลายเป็นริดสีดวงเส้นเสียง คาดอีก 4 เดือนจะผ่าตัดพร้อมกับซีสต์บริเวณหน้าอก

“มันจะมีเม็ดขนาดเล็กมากๆ อยู่ตรงเส้นเสียง ถ้าปล่อยไปจะกลายพันธุ์เป็นริดสีดวงเส้นเสียง ซึ่งถ้ามันใหญ่ขึ้นโยก็ต้องผ่า คงจะผ่าพร้อมกับตรงหน้าอก อาการตอนนี้มันไม่รู้สึกคันนะ เพียงแต่จะทรมานเวลาพูด เมื่อไหร่ที่โยนอนน้อยเสียงก็จะแหบ ดังนั้นเราต้องพักผ่อนเยอะๆ เหล้าเราก็งดแล้วไม่ทานเลย ถ้ารักษาไปแบบนี้เชื่อว่าวันหนึ่งมันคงจะดีขึ้น”

  ส่วนกรณีถูกหมอทักชะตาขาด ทำเอาเจ้าตัวเร่งทำบุญยกใหญ่ นางแบบก้านยาวชี้แจงให้ฟังว่า

“คำว่าชะตาขาดของเขาอย่าคิดว่าตาย มันคือจุดพลิกผันอย่างหนึ่งที่อาจจจะดีหรือร้ายก็ได้ เราต้องทำบุญเพื่อดึงให้ดวงมันพอดี ตั้งแต่ต้นปีมาโยก็เจอหลายเรื่อง เรารู้มานานแล้วว่าอายุ 29 จะค่อนข้างแรง ก็เกิดอุบัติเหตุหลายอย่าง ล่าสุดคือขาเป็นแผลเป็นเพราะไปโดนท่อไอเสีย ก็ยังรักษาอยู่ ซึ่งโยก็ทำบุญเยอะมากทำมาตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อเตรียมตัวรับปีนี้ เจออะไรขอให้เบาบางลง วันที่ 31 พ.ค.นี้ก็จะถวายพระประธานองค์ที่ 3 จะไปที่มหาสารคามกับเพื่อนนางแบบ ตอนนี้ชีวิตแจ่มใสขึ้น แต่เสียงอาจเหมือนป่วย แต่คอนเฟิร์มว่าแข็งแรงค่ะ (หัวเราะ)”

Tags:

แมว-จิระศักดิ์ อุบแต่งงานกับผู้จัดการส่วนตัว

ข่าวดารา No Comments »

null

“แมว” จิระศักดิ์ อุบแต่งงานกับ “แหนว” ผู้จัดการส่วนตัว หลังคบกันมาปีกว่า เผยประทับใจที่ฝ่ายหญิงทำให้ชีวิตดีขึ้น เปรยเข้ากับ “ทิกเกอร์” ได้เป็นอย่างดี รับระวังการใช้ชีวิตคู่มากขึ้น เพราะเคยผิดพลาดมาแล้ว หลังจากเลิกรากับ “นิคกี้” นิโคล เทริโอ นักร้องชื่อดังค่ายแกรมมี่มากว่า 1 ปี ล่าสุด “แมว” จิระศักดิ์ ปานพุ่ม นักร้องร็อกชื่อดังของเมืองไทย ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการกับผู้จัดการส่วนตัว “แหนว” อาจารี ม่วงพลับ ไปเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตามพิธีทางศาสนาคริสต์

  ทั้งนี้ นักร้องคนดังได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า “เราแต่งงานกันเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของผมพอดี ที่ร้านลีลาวดี กลาสโฮม ย่านทาวน์อินทาวน์ ในงานก็จะเรียบๆ ง่ายๆ แต่งพิธีตามศาสนาคริสต์ จริงๆ กำหนดการเดิม คือตอน 4 โมงเย็น แต่เพราะวันนั้นฝนตกหนัก ก็เลยเลื่อนไปเป็น 5 โมงเย็น เราได้เชิญศาสนาจารย์มาทำพิธีให้ เสร็จแล้วก็ตั้งโต๊ะเลี้ยง กินข้าวเฉพาะครอบครัว เพื่อนสนิทบางคน เพื่อนบางคนผมก็ไม่ได้ชวนมานะ จะหนักไปทางญาติๆ มากกว่า เชิญแขกมา 100 กว่าคน ผมนับถือศาสนาคริสต์ แต่แฟนนับถือศาสนาพุทธ แต่เราไม่ได้ทำพิธีพุทธนะ เราจัดแบบไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร เศรษฐกิจพอเพียง ประกาศให้เพื่อนๆ ญาติๆ รับรู้ ตอนแรกคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ขออยู่ด้วยกันเลยด้วยซ้ำ แต่เราต้องให้เกียรติฝ่ายหญิง จัดพิธีให้เหมาะสม มัวแต่เป็นร็อกเกอร์อย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งหลังแต่งแล้วเราก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่คอนโดมิเนียมของผม แถวรามคำแหง” นักร้องคนดังกล่าว

  เมื่อถามว่า มีความประทับใจอะไรในตัว “แหนว” อาจารี จึงได้ตกลงแต่งงานเป็นครั้งที่สอง ซึ่งได้รับคำตอบว่า ถูกใจที่ “แหนว” สามารถเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวของตนได้มาก อีกทั้งฝ่ายหญิงเป็นคนตรงไปตรงมา เหมือนอยากรู้ว่าตนทำดีหรือไม่ดี ก็จะได้รับคำตอบที่ตรงที่สุด

“ชอบไม่ชอบอย่างไร แหนวเขาจะบอกหมด เหมือนเป็นกระจกให้เรา เขาเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา ทำให้ผมหันมานอนเป็นเวลา ทำงานเป็นเวลา ออกกำลังกาย เลิกเหล้า เลิกเบียร์ มีความรู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วชีวิตผมดีขึ้น เลยตัดสินใจอยู่ด้วยกันดีกว่า เราโตๆ กันแล้ว ไม่ต้องดูใจกันมากมาย ไม่ต้องมาป๊อปปี้เลิฟ ผมอายุ 39 แล้ว ส่วนแหนวก็ 30 ปี เราคุยกันแล้วเข้าใจ คบกันเป็นเพื่อนมาระยะหนึ่ง วางตัวไม่ได้เป็นแบบแฟน ไม่มีกุ๊กกิ๊ก คลิกกันง่ายกว่า ไม่ใช่เดี๋ยวพาไปดูหนัง อย่างโน้นอย่างนี้ ไม่มีเลย เราเปิดความเป็นตัวตนของตัวเองออกมามากที่สุด ยอมรับว่ามีทะเลาะกันบ่อยๆ ไม่ได้หวาน แต่เราก็ทะเลาะบนพื้นฐานของความมีเหตุผล ไม่ได้ใช้อารมณ์ ตอนนี้เขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผม มีงานหรืออะไร เราก็ไปด้วยกัน เขาจะดูแลเรื่องงาน จัดระเบียบงาน รวมทั้งจัดชีวิตให้ผมด้วย”

  ทั้งนี้ “แมว” จิระศักดิ์ บอกว่า นอกจากทำพิธีตามศาสนาคริสต์แล้ว ยังได้จดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนชีวิตหลังแต่งงาน เขาบอกว่าเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่หลังแต่งงานต้องมาหวานชื่นกว่าเดิม ไม่ได้มานั่งหวานกันจนเกินความจริง ส่วนกับ “ทิกเกอร์” ด.ช.อชิระ ปานพุ่ม ลูกชายที่เกิดกับนิโคลนั้น สามารถเข้ากับภรรยาได้เป็นอย่างดี

“เข้ากันได้ดี ทิกเกอร์โตขึ้นมาก เขาก็เริ่มมีพัฒนาการด้านมนุษยสัมพันธ์ดีขึ้นเยอะ เมื่อก่อนตอนที่ยังเล็ก เขาจะอยู่กับตัวเอง เข้าใกล้ใครก็ระวังตัว ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่า แหนวคือเพื่อนเขาอีกคนหนึ่ง วางตัวสบายๆ สนุกสนานกันดี เจอกันบ่อยเหมือนกัน เรื่องที่ผมแต่งงานใหม่ นิคกี้เขาก็ทราบ ต่างคนต่างใช้ชีวิตของแต่ละคน เขาก็มีของเขา ผมก็มีของผม”

  หลังจากที่เคยผิดพลาดกับการใช้ชีวิตคู่ จนต้องหย่ามาแล้วครั้งหนึ่ง กับคนใหม่นี้จะมีวิธีประคับประคองชีวิตคู่อย่างไรให้ตลอดรอดผั่ง?  จิระศักด์บอกว่า ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ ที่ผ่านมาเคยผิดพลาดอะไร ควรปรับปรุงให้การมีชีวิตคู่ราบรื่น เรื่องอารมณ์นิสัย ต้องปรับให้หมด สิ่งไหนที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตคู่ ต้องหลีกหนีและแก้ไขกันไป ส่วนเรื่องมีทายาท ยังไม่คิด อยากดูแลชีวิตคู่ รวมทั้งดูแลน้องทิคเกอร์ให้ดีที่สุดก่อน เรื่องฮันนีมูนไม่คิด เพราะทุกวันนี้ไปคอนเสิร์ต ก็ไปด้วยกัน เหมือนได้เที่ยวกันไปในตัว

Tags: ,

ไม่หวั่นเบญจเพส แดน ซื้อที่เป็นของขวัญวันเกิด

ข่าวดารา No Comments »

null

  ทำเอาแฟน ๆ ละครรอเก้อ แต่คงรอกันอีกไม่นานรับรอง สำหรับละคร “กุหลาบซ่อนหนาม” ค่ายเกโนไก ละครเรื่องแรกของ ผู้จัดคนเก่ง “แดน-วรเวช ดานุวงศ์” ที่จะมีอายุครบเบญจเพสพอดี ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เจ้าตัวบอกเป็นปีที่ดีกับชีวิต ทั้งเรื่องงานเพลง และงานละคร

“ผมไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวันเกิดตัวเองเท่าไรหรอกครับ แต่จะมีก็แต่คุณแม่ที่คอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้มากกว่า ท่านก็จะเตรียมอาหารให้ผมตักบาตรตอนเช้า ไปถวายสังฆทานที่วัด ไปปล่อยปลาใกล้ ๆ บ้าน แล้วก็ทานข้าวกันในครอบครัว พ่อแม่ลูก ส่วนเรื่องเบญจเพสผมว่าเป็นปีที่ดีสำหรับผมนะ เพราะทุกอย่างในชีวิตผมก็เป็นไปอย่างที่คิดที่หวัง ไม่มีอะไรร้ายแรง ผมพยายามทำทุก อย่างอย่างมีสติ

  ถ้าให้ผมขอพรพิเศษได้ข้อหนึ่ง ผมก็อยากขอให้งานทุกอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรค สุขภาพแข็งแรงทำงานได้เยอะ ๆ เพราะทุกคนที่บ้านห่วงผมเรื่องนี้มาก คงเห็นผมทุ่มเทกับเรื่องงานดึก ๆ ตลอด

ส่วนของขวัญปีนี้ ผมอยากจะซื้อที่ดินแปลงหนึ่งที่ต่างจังหวัดให้กับครอบครัวเรา มันเป็นความฝันว่าในอนาคต ครอบครัวเราอยากไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่นั่นกัน ขอบคุณสำหรับของขวัญทุกชิ้น การ์ดทุกใบ และความรักจากทุก ๆ คนที่มอบให้ผมมาตลอดนะครับ”.

Tags:

พลอย เลิกแฟนหนุ่มที่ฮ่องกง รักแท้มักแพ้ระยะทาง

ข่าวดารา No Comments »

มีข่าวกับหนุ่มๆ ไปเรื่อย แต่ไม่มีหนุ่มคนไหนมาวินสักคน ล่าสุดดาราสาวหน้าหวาน พลอย-ชิดจันทร์ เผย! ถอยห่างจากอดีตคนรู้ใจที่บินไปทำงานไกลถึงประเทศฮ่องกง ฟุ้งลดระดับความสัมพันธ์เป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น!! ก่อนแย้มมีหนุ่มๆ แห่ขายขนมจีบพอสมควร พร้อมโบ้ยหันมารับงานเซ็กซี่สร้างกระแสให้ตัวเอง!!

  ผู้สื่อข่าวกระแซะถามถึงพักหลังๆ เริ่มหันมารับงานเซ็กซี่มากขึ้น ผู้ใหญ่มีลิมิตให้หรือเปล่า สาวพลอยฟุ้งว่า

“อืม…ก็นิดนึง ก็เหมือนให้เราดูโอเค ให้ภาพออกมาโอเค ก็ดูความเหมาะสมด้วยเวลาจะแต่งตัวไปไหน ก็ดูว่ายังไง เหมาะสมมั้ยอย่างนี้มากกว่าค่ะ ก็คงไม่เซ็กซี่ขนาดใส่ชุดว่ายน้ำหรือทูพีชขนาดนั้น ก็ปกติทั่วไป ถ้าแต่งตัวตามแฟชั่นก็ได้”

  พอถามต่อถึงความรักเป็นยังไงบ้าง หลังถูกแซวกลางรายการ “ศึก 12 ราศี” เจ้าตัวหัวเราะร่วน ก่อนเปรยว่า

“ไม่มีอะไรค่ะ (หัวเราะ) หนุ่มๆ ตอนนี้คือก็มีคนที่คุยๆ อยู่ เป็นเพื่อนก็มีค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มห่างๆ ก็เป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนเฉยๆ ก็รู้จักมานานแล้ว ก็คุยเรื่อยๆ (มีกระแสเม้าท์ว่าหนุ่มที่คุยด้วยอยู่ไกลมาก?) ค่ะ ตอนนี้ดูๆ ไปก่อนว่ายังไง เพราะเราก็ยังไม่รู้ ต้องค่อยๆ ดูกันไปก่อน ถามว่าห่างมั้ยก็เป็นเพื่อนก็ไม่ได้ถึงขั้นตอนนี้ไม่ได้คุยทุกวัน มีส่งเมล์หากันบ้าง เหมือนเพื่อนปกิตทั่วไป ส่งเมล์ ส่งเมสเสจหาบ้าง”

  พอถามต่อว่าใช่หนุ่มที่อยู่ฮ่องกงหรือเปล่า สาวพลอยยิ้มหวานก่อนพยักหน้ายอมรับ และเปรยต่อว่า

“ค่ะ ก็รู้จักเป็นเพื่อนนะ ตอนนี้ก็แบบยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง (หัวเราะ) คือรู้จักเขาก็รู้จักที่นั่นอยู่แล้ว แต่ที่รู้จักเพราะว่าคุณอารู้จักกับพ่อเขา เราก็ทำงาน เขาก็ทำงาน ก็เลยอาจจะไม่มีเวลา คือเจอมันก็ไม่ค่อยได้เจออยู่แล้ว ก็คุยบ้าง เขาก็เป็นเพื่อนเราอยู่แล้ว ส่วนโอกาสจะพัฒนามั้ย พลอยก็ไม่รู้ตอนนี้คือไม่รู้ เฉยๆ อยู่กับเพื่อนๆ (เรียกว่าเป็นคนพิเศษมั้ย?) ตอนนี้ไม่ได้พิเศษแล้ว (หัวเราะ)”

Tags:

เกรซ ปัดไม่เคยคบหนุ่มพร้อมกันทีละหลายคน

ข่าวดารา No Comments »

null

นางเอกสาวหมวยอินเตอร์ เกรซ-กาญจน์เกล้า ปฏิเสธไม่เคยสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ “น้องกาย” หนุ่มเนื้อหอมทายาทนักร้องรุ่นแม่ มาช่า วัฒนพานิช ยันไม่มีอะไรในกอไผ่พันเปอร์เซ็น!! ก่อนปัดไม่มีนิสัยชอบกั๊ก! และไม่เคยคบหนุ่มๆ พร้อมกันทีละหลายๆ คน โดยเฉพาะหนุ่มตี๋ที่เป็นข่าวควงกันถี่ยิบ! ฟุ้งมีเพื่อนตี๋เพียบ…แต่ไม่เคยคบใครเป็นแฟน พร้อมโบ้ยทำตัวเป็น “เจ๊ดัน” “น้องแกรนด์” น้องสาวสุดเลิฟหลังแว่วๆ ว่าถูกเอ็กแซ็กท์ฯ ทาบเล่นละครช่อง 7!!!

ไฟล์ภาพในบอร์ด  ปฏิเสธไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับหนุ่มเนื้อหอม “น้องกาย” ทายาทคนเดียวของ “เจ๊ช่า-มาช่า” พร้อมปัดมีหนุ่มตี๋ตัวจริงคอยดูแลหัวใจแล้ว

“ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ บอกไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นข่าวที่เชื่อถือได้หรือเปล่า มันเหมือนโคมลอยมากกว่า ก็มีคนเข้ามาถามเกรซก็คงตอบได้เหมือนเดิม ว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ไม่เคยคุยกันเลย ไม่มีเบอร์ ไม่ได้โทรหา ไม่มี หนุ่มตี๋อะไรก็ไม่มีค่ะ กลายเป็นว่ามีประเด็นไปถึงคนอื่นเลย แต่ว่าความจริงแล้วก็ไม่มีอะไร ไม่มีคนที่คุยๆ อยู่ ทุกคนก็รู้จักเหมือนกับว่ากั้นความสัมพันธ์ไว้เป็นเพื่อนหมด”

“คือยังไงดีล่ะ…ไม่ได้มีหลายคนคุยด้วย แต่เหมือนกับคุยเป็นเพื่อนๆ กัน ได้ทำความรู้จัก เหมือนเพื่อนใหม่ พอมาทำความรู้จักกลายเป็นเพื่อนๆ กันไปหมด ก็คบแบบเพื่อนๆ ก็สบายใจมากกว่าค่ะ (มีคนเห็นเราไปเที่ยวกับหนุ่มตี๋?) ไม่นะ เกรซไม่ไปไหนนานเหมือนกัน เพราะว่าถ่ายละครก็เข้าป่า อยู่แต่กองโลเคชั่นก็จะอยู่ต่างจังหวัด นานๆ ะว่างเดินสยามหรือมาทำงาน รับงานอีเว้นท์สักทีนึง เพราะว่าละครมันจะออนแอร์แล้ว”

ไฟล์ภาพในบอร์ด  พอถามต่อว่าหนุ่มๆ ที่เข้ามาทำความรู้จัก มีใครมาวินหรือเอาชนะใจบ้างหรือยัง นางเอกสาวฟุ้งว่า

“ถามว่ามีเพื่อนตี๋เยอะมั้ย มันก็มีนะ เพื่อนเกรซที่เรียนมหาวิทยาลัยก็มีอยู่แล้วตี๋ๆ แต่ถามว่ามีใครมาวินมั้ย ไม่ๆ ไม่เลยค่ะ ขออยู่เฉยๆ ดีกว่า จริงๆ คือถ้าเกิดสมมติมี…ก็บอกแน่เหมือนครั้งที่แล้ว แต่ว่าคราวนี้มันยังไม่ใช่จริงๆ ไม่รู้จะบอกมันก็ไม่ใช่ ไม่น่าใช่ ไม่อยากพูดอะไร (เผื่อเลือกหรือเปล่า?) โอ้โห…เกรซไม่ได้มีนิสัยกั๊กอะไรอย่างนั้น คือคุยก็คบไปเป็นคนๆ ถ้าใช่ก็บอกใช่ ไม่ใช่ก็บอกไม่ใช่ ก็พูดกันตรงๆ อยู่แล้ว”

ไฟล์ภาพในบอร์ด  ผู้สื่อข่าวแกล้งแซวต่อถึงกระแสเม้าท์ทำตัวเป็น “เจ๊ดัน” ดันน้องสาวสุดเลิฟ “น้องแกรนด์ เดอะสตาร์” เข้าวงการบันเทิง และแว่วๆ ถูกเอ็กแซ็กท์ฯ ทาบเล่นละครแล้ว เจ้าตัวเปรยว่า

“เขาประกวดของเขาเอง ก็มีมาปรึกษาเหมือนกันว่าเอายังไงดี เกรซก็โอเคถ้าอยากจะลองประกวดก็ประกวดดู เพราะว่าตอนแรกที่เคยทำงานในวงการบันเทิงไปสักพักนึง แล้วน้องก็หยุดไปเพราะว่าจะไปเอ็นทรานซ์ แล้วพอดีมาประจวบกับช่วงประกวดเดอะสตาร์มันก็เอ็นทรานซ์ไม่ได้แล้ว เพราะว่าถ้าเข้าไปอยู่ในบ้าน ก็เลยเอ้ยต้องเลือกนะว่าจะประกวดหรือว่าจะลองเอ็นทรานซ์ดู น้องก็บอกก็ลองประกวดเล่นๆ อาจจะไม่ติดถึงขั้น 8 คนก็ได้ แต่พอไปๆ มาๆ ติดก็เลยไม่ได้เอ็นทรานซ์ ช่วงนั้นก็คุยๆ กันบ้าง ก็เหมือนพี่คุยกับน้องว่ามีอะไร ควรจะทำยังไง แต่ส่วนตัวแกรนด์เขาเป็นคนมีความสามารถอยู่แล้ว”

ไฟล์ภาพในบอร์ด  “ตอนนี้ก็มีงานติดต่อมาบ้าง มีงานแพ็คคู่บ้าง แต่ว่าต้องรอให้จบเดอะสตาร์ นี่เพิ่งจบเดอะสตาร์ไปไม่กี่วันเองก็โอเค (มีข่าวว่า “คุณบอย” ป้อนงานละครให้แล้ว จะออนแอร์ช่อง 7?) เหรอ…เกรซไม่ทราบเหมือนกัน คือส่วนตัวเกรซกับน้องก็มีคนมาถามเหมือนกัน คือเราก็เป็นคนในครอบครัวก็จะรู้ทุกอย่างว่าอะไรจริงไม่จริง อันนี้ยังไม่มีนะคะ เหมือนกับเป็นกระแสข่าวมากกว่า คงยังไม่ใช่จริงๆ เหมือนกับเป็นการเชียร์อัพของแฟนๆ มากกว่า ความจริงก็ยังไม่มีอะไร แต่ส่วนตัวแล้วน้องก็ยังไงก็ได้ เพียงแต่บางทีน้องก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำอะไรยังไงได้ดีมากกว่ากัน ก็ฝากน้องด้วยนะค่ะ เพราะว่าน้องก็ยังใหม่อยู่ค่ะ”

Tags: ,

แตงโม รับเลิก ก้อง นานร่วมเดือนพร้อมเหน็บคอลัมนิสต์นสพ.ดัง

ข่าวดารา No Comments »

null

นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา รับ! เลิกแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ มานานกว่า 1 เดือนแล้ว หลังมีปัญหาไม่เข้าใจกันมานานร่วมปี ยอมรับนิสัยส่วนตัวเข้ากันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอซึ่งกันและกัน ลดระดับความสัมพันธ์จากแฟนเหลือแค่คำว่า “พี่ชาย-น้องสาว” ปัด! หนุ่มคลีโอ “แดนนี่” เป็นมือที่3 เผยสนิทกันจริงแต่ยังไม่พัฒนาเป็นแฟนแน่นอน!! พร้อมเคลียร์ข่าว “แม่บังเกิดเกล้า” โผล่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู ย้ำชัดเป็นเรื่องภายในครอบครัวเคลียร์กันลงตัวแล้วหมดแล้ว เหน็บ!! คอลัมนิสต์ใน นสพ.รายวันชื่อดังคงหวังดีลงข่าวบิดเบือนความจริงไปมาก แย้มไม่โกรธและไม่คิดฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น!

  หลังจากขอเวลาทำใจและขอเคลียร์กับ “คุณแม่” ถึงกระแสข่าวเปิดศึกแย่งกันดูแลตนกับ “คุณพ่อ” จนเป็นข่าวครึกโครมเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (12 พ.ค.) สาว “แตงโม” พร้อมเปิดใจแบบหมดเปลือกกลางกองถ่ายละคร “ขอเพียงรัก” ที่โรงแรมเซนสวีทกรุงเทพฯย่านแจ้งวัฒนะ 10 โดยนางเอกสาวเปิดใจพร้อมกันรวดเดียว 2 ประเด็นอย่างอารมณ์ดีว่า

“สำหรับวันนี้ก็มีสองเรื่องใหญ่ๆ ที่คิดว่าทุกคนก็คงจะรอคอยกันมา โมได้คุยกับคุณแม่แล้วค่ะ ก็เป็นเหมือนที่โมคิดไว้แล้วว่าข่าวค่อนข้างบิดเบือนไปจากความจริงเยอะมากๆ ค่ะ โมก็คุยกับคุณแม่ ทานข้าวกับคุณแม่แล้วก็ได้ถามว่าได้เห็นหนังสือพิมพ์มั้ยที่ลง คุณแม่ก็บอกว่าไม่ได้พูดเหมือนที่ในหนังสือพิมพ์ลง อาจจะมีการปรึกษาบ้าง ด้วยความที่คุณยิ่งยงกับคุณแม่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งหลายสิบแล้ว ตั้งแต่สมัยที่คุณแม่ยังอยู่ในวงการบันเทิง ฉะนั้นก็อาจจะมีการคุยกันเหมือนเพื่อนกันคุยกันปกติ แต่เป็นสายสนทนาที่เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่การบอกเล่าข่าวเพื่อให้หนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าว”

  จุดประสงค์ของคุณยิ่งยงที่ลงไป?   โมก็ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์เพราะอะไร แต่ว่าโมก็เข้าใจเพื่อนอาจจะอยากช่วยเพื่อน เพราะว่าคุณแม่ได้มีการบ่นคิดถึงลูก อยากจะมาดูแลลูกบ้างหรืออะไรทำนองนี้ ก็อาจจะบ่นๆ แบบนี้ว่าเอออยากจะไปช่วยเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านหรืออะไรก็ตามที่คุณแม่ก็อาจจะกังวลไปว่าโมอาจจะงานเยอะ ช่วงนี้หรืออาจจะได้ข่าวว่าช่วงนี้โมสุขภาพไม่ค่อยดี จึงอยากจะช่วยมาแบ่งเบาภาระของโมบ้าง อันนี้คือการคุยกันระหว่างคุณแม่กับคุณยิ่งยงก็ใจความสำคัญมีอยู่แค่นี้จริงๆ ค่ะ คุณแม่เองก็บอกว่าอ่านแล้วก็งงมากๆ เหมือนกัน ตั้งตัวไม่ติดว่าเพราะอะไรหนังสือถึงได้ลงไปในทำนองที่ว่า…โมจำข้อความที่ถูกต้องไม่ได้ แต่ลักษณะเหมือนกับว่าอยากจะได้ลูกคืนหรือว่ามีการแย่งชิงกันระหว่างพ่อกับแม่ ซึ่งแม่เองก็ยังพูดติดตลกอยู่เลยว่าตายแล้วลงไปอย่างนี้ แล้วลองถามลูกมันซิว่าอยากจะอยู่กับชั้นหรือเปล่า (หัวเราะ)

  ในข้อความหนังสือพิมพ์ดูค่อนข้างร้ายแรงกว่าความเป็นจริงมาก?   อย่างที่โมเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นที่บ้านโม ก็เลยต่างคนต่างงง  จริงๆ แล้วครอบครัวมันน่าจะมีจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยกัน แต่ด้วยความที่บ้านโมยังไม่เคยคุยกันเรื่องจะขอลูกไปหรือว่าใครฝ่ายใดฝ่ายนึงจะเป็นคนดูแล แล้วหนังสือพิมพ์ไปลงโมเกิดความรู้สึกอย่างที่โมเคยพูดไปว่าโมต้องขอใช้เวลาที่จะถามความจริงจากคุณแม่ สรุปแล้วก็เป็นคล้ายๆ แบบที่โมคิดว่ามีการลงเป็นข่าวที่ค่อนข้างบิดเบือนความจริงไปเยอะมากๆ ทุกวันนี้โมกับคุณแม่ก็ยังเป็นในลักษณะเดิม

“ถ้ามีเวลาว่างหรือคุณแม่คิดถึงหรือคุณลูกคิดถึงหรือว่าต้องการจะไปช็อปปิ้งแบบผู้หญิงๆ เราก็ยังคงไปทานข้าว ไปพูดคุยกัน เจอกัน โทรศัพท์คุยกันเหมือนที่ผ่านมา เคยเป็นมา เราทั้งสามคน พ่อ แม่ ลูก ไม่ได้มีความต้องการอยากจะให้สถานภาพมันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ คือมันไม่มีการพูดคุย ไม่มีการตกลงกันว่าใครจะเป็นคนเลี้ยงดู เพราะว่าโมอายุค่อนข้างมากแล้ว ทุกอย่างมันดำเนินมาตั้งแต่โมยังเล็กจนถึงปัจจุบันมันไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย ฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกคนที่เป็นห่วงและติดตามข่าวเข้าใจในเนื้อความว่า จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตื่นตูมไปเอง ในความเป็นจริงก็ยังขอใช้ชีวิตปกติแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

  ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์กับ “คุณแม่” ว่าสนิทกันมากน้อยแค่ไหน นางเอกสาวเปรยว่า

“เออ…อาจจะสนิมสนมกันในบางเรื่อง อย่างเช่นเรื่องระหว่างแม่กับลูก เรื่องของผู้หญิงกับผู้หญิง หรือว่าเรื่องช็อปปิ้ง โมกับคุณแม่สนิมสนมกันอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องที่ค่อนข้างห่างเหินอาจจะมีบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องส่วนตัวของกันและกัน แต่ติดต่อกันตลอด อาจจะมีบางช่วงที่งานเยอะมากหรือว่าคุณแม่มีธุระมาก อันนั้นอาจจะมีนานๆ ติดต่อที แต่สมัยเด็ก ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ปิดเทอม เสาร์ - อาทิตย์ อยู่กับคุณแม่ตลอด”

  พอถามต่อถึงกระแสข่าวว่า “คุณแม่” ต้องการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยของลูกสาว เจ้าตัวเผยว่า

“อ่อ หมายถึงว่าเขาอาจจะคิดถึงจากการที่ได้ทราบข่าวว่าโมสุขภาพไม่ค่อยดี จริงๆ โมว่าคุณแม่ก็อยากจะมาอยู่ใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่นเรื่องใหญ่ๆ ที่โมไม่ค่อยได้ทำคือทำงานบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพวกนี้ เรื่องงานบ้าน ความเรียบร้อยของบ้าน เรื่องเสื้อผ้า เรื่องที่เป็นเรื่องของแม่บ้าน คุณแม่อาจจะอยากเข้ามาช่วยตรงนี้มากกว่า เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือตรงนี้กันอยู่แล้วด้วย ส่วนโอกาสที่จะกลับมาอยู่กันสามคนมันเป็นไม่ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วก็เราสามคนไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้วด้วย แล้วก็ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัว โมมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คุณพ่อก็มีโลกส่วนตัว คุณแม่ก็มีโลกส่วนตัว ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาเราดำเนินชีวิตด้วยความสุขแบบนี้อยู่แล้ว สะดวกสบายแบบนี้อยู่แล้ว โมคิดว่าไม่น่าจะมีใครต้องการให้มันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้มารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้ อาจจะปวดหัวกว่าเดิมก็ได้”

  นางเอกสาวเปรยต่อว่า   “โมว่าบ่นกับทุกคนที่เป็นเพื่อน ญาติ รวมถึงคุณพ่อโมเอง บางทีเขาโทรศัพท์คุยกันคุณแม่ก็บ่น รวมถึงพี่วุธผู้จัดการโม คุณแม่ก็คุยโทรศัพท์กับพี่วุธบ่อยแล้วก็บ่นคิดถึงกันตลอด คือนานๆ เราจะเจอกันที ยิ่งโมเข้าวงการบันเทิงยิ่งเจอคุณแม่น้อยมากๆ ถ้าไม่เป็นเทศกาลหรือว่าวันสำคัญจริงๆ อย่างล่าสุดเราเจอกันเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วก็คือพี่ชายรับปริญญาก็เลยได้เจอกันทั้งครอบครัว จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ด้วยความที่บางทีเราว่างไม่ค่อยตรงกัน  แต่ช่วงนี้จะพยายามถ้าเกิดเรามีเวลาว่างตรงกันคงจะเจอกันบ่อยขึ้น ทานข้าวกันบ่อยขึ้น ล่าสุดก็เพิ่งไปเที่ยวกันมา (หัวเราะ)”

“ถามว่าโกรธมั้ย โมไม่โกรธเขา ตอนแรกๆ อาจจะมีไม่เข้าใจว่าเราควรปรึกษากันก่อนมั้ย ถามความจริงกันก่อนมั้ย ก่อนที่จะเอาไปลง แต่พอคิดไปคิดมา โมคิดว่าเพื่อนก็ต้องย่อมรักเพื่อน คุณยิ่งยงอาจจะเป็นห่วงคุณแม่เลยอยากจะเป็นสื่อกลางที่จะทำให้โมกับคุณแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากขึ้น แต่เขาลืมคิดไปว่าโมกับคุณแม่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกันมาก่อน (คุณพ่อว่ายังไงบ้าง?) คุณพ่อก็งงค่ะ แล้วก็พยายามจะไม่ให้โมออกมาพูดอะไร ด้วยความที่คุณพ่อก็ค่อนข้างเป็นห่วงและไม่อยากให้มีผลกระทบต่อตัวโมในเรื่องข่าว เรื่องครอบครัวบางทีมันเป็นเรื่องที่ระเอียดอ่อนในการที่จะพูดอะไรออกไป แต่ว่าโมก็ให้ความมั่นใจกับคุณพ่อว่าโมก็พูดในส่วนที่มันเป็นความจริง โมเชื่อว่าความจริงมันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรเรามาก แล้วเรื่องจริงมันไม่ได้มีอะไรร้ายแรงอย่างที่ข่าวลง ก็เลยสบายกันทุกฝ่ายตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย แล้วก็โมรู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าช่วงที่เป็นข่าวแล้วยังไม่ได้คุยกับคุณแม่สักที แล้วก็โดนถามทุกวัน ต้องยอมรับว่าคิดอะไรไปต่างๆ นานา แอบมีงอนแม่เล็กน้อย แต่พอถามความจริงแล้ว จริงๆ แล้วคุณแม่ไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นเลย ก็โอเคค่ะ”

  พอถามต่อว่าข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง นางเอกสาวโบ้ยว่า

“มันก็ยังโชคดีที่โมค่อนข้างเป็นคนเข้มแข็ง ในส่วนลึกๆ แล้วโมยังเชื่อในตัวคุณพ่อ เชื่อในตัวคุณแม่ แล้วก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อตามข่าวร้อยเปอร์เซ็น เพราะว่าเราเองก็อยู่ในวงการบันเทิง เราจะรู้การนำเสนอข่าวว่ามันมีความจริงเท็จยังไง ดูจากที่มาที่ไปแล้ว มันยังไม่เป็นประเด็นที่บ้านไม่รู้ข่าวมาได้ยังไง ฉะนั้นโมจะไม่ปักใจเชื่อข่าว ก็เลยอาจจะมีผลกระทบแค่ช่วงแรกๆ ที่มันยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ แต่พอเราใช้ความคิด ใช้เวลาทบทวนหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ค่อยได้กระทบเท่าไหร่ แต่ว่าถามลองมองในมุมกว้างแล้วโมหรือทุกคนที่อยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้อยากจะเป็นข่าวกับคนในครอบครัวตัวเองอยู่แล้ว (กลัวคุณแม่น้อยใจมั้ย?) ไม่กังวลเลย เพราะว่าคุณแม่เองก็ไม่ได้อยู่ในอาการซึมเศร้า ทุกวันนี้ทุกคนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติที่เคยเป็นมา เพราะว่าคุณแม่เองก็ยังต้องดูแลคุณยายและพี่ชายอยู่”

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวเม้าท์หนาหูว่าเริ่มถอยห่างกับแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ แล้ว!! นางเอกสาวรีบฟุ้งต่อทันทีว่า

“เรื่องที่สองก็เรื่องพี่ก้องค่ะ ตอนนี้โมกับพี่ก้องก็ลดระดับความสัมพันธ์ลงเหลือเป็นพี่ชายกับน้องสาว แล้วก็ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี ไม่ได้เป็นในทางที่แย่หรือว่ามองหน้ากันไม่ติด หรือว่ามีการทะเลาะกันเลย เรามีความรู้สึกว่าช่วงระยะเวลาหลังๆ มา หลายเดือนที่ผ่านมามีความรู้สึกว่าเราอาจจะมีบางเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่เข้าใจกัน หรือว่าความคิดเห็นต่างกัน มันทำให้ความสัมพันธ์แบบคนรักกันไม่ดำเนินต่อไปในทางที่ดี ฉะนั้นเราก็เลยใช้วิธีลองห่างกันไปช่วงนึง ลองใช้ความคิด ใช้สมอง ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ แล้วเราลองลดความสัมพันธ์ลงแล้ว แล้วก็ลองใช้ชีวิตแบบนี้มาสักระยะนึงแล้ว เราเห็นว่าการเป็นพี่น้องกัน เป็นความสบายใจที่เราสองคนไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน”

“ตั้งแต่คบกันมา 3 ปี โมมีความรู้สึกคนสองคนคือโมกับพี่ก้องอาจจะเหมาะสมที่จะเป็นพี่น้องกันมากกว่าที่จะเป็นคนรักกัน เราสองคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ไม่เหมือนตอนที่เราคบกัน โมอาจจะมีความกลัว มันจะมีเรื่องความหึงหวงเข้ามา เวลาเราปรึกษากันหรือว่าเล่าเรื่องต่างๆ แต่พอเราตัดเรื่องพวกนี้ออกไปรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่โมกับพี่ก้องจะมารู้สึกแบบนี้กัน ระยะเวลาที่ห่างกันเป็นจริงเป็นจังประมาณเดือนนึง แต่ว่าระยะเวลาที่เราเริ่มทำใจกันแล้ว โมว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งปี สืบเนื่องมาจากคราวที่แล้วมั้ย โมว่าอาจจะมีส่วนเล็กน้อย แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะเอามาตัดสิน โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เรื่องต่างๆ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เอามาตัดสินที่จะลดระดับความสัมพันธ์โมว่าน่าจะเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวมากกว่า เรามีความรู้สึกว่า เราทั้งสองคนไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตที่ยาวไกลกว่านี้ โมเองก็ไม่ดีพอสำหรับพี่ก้อง พี่ก้องเองก็ไม่ดีพอสำหรับโม คือเราต่างคนต่างไม่มีคุณสมบัติในการเป็นคนรักในระยะยาวค่ะ”

“เรื่องมือที่สามไม่มีเลย เพราะว่าอย่างที่บอกถ้าเกิดมันครึ่งปีมาแล้ว มันก็เลยเป็นคนละประเด็น เพราะว่าโมมีความรู้สึกว่าเราสองคนรักกันมากๆ จนไม่น่าจะเรื่องของบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีบุคคลที่สาม ที่สี่ ที่ห้า เข้ามามากน้อยแค่ไหน โมเชื่อว่าโมเองก็รักพี่ก้องมาก พี่ก้องก็รักโมมากไม่มีใครที่จะทำให้ความสัมพันธ์นี้มันลดลงไปได้ (โมมีข่าวกันแดนนี่ด้วย??) ก็เป็นเพื่อนกัน เพราะว่าตัวโมเองตัดสินใจกับตัวเอง ตั้งใจกับตัวเองแล้วว่าเป็นปีๆ กว่าโมพร้อมที่จะไปมีใคร หรือว่าพร้อมที่จะรักใครใหม่ โมตั้งใจว่าคือหลังจากนี้โมขอรักตัวเองคนเดียวแน่ๆ แล้วคิดถึงแต่เรื่องตัวเองแล้ว คืออาจจะมีคนเข้ามาหรือไม่มีคนเข้ามาก็ตามแต่ว่าทุกคนจะต้องรู้ตรงกันว่าโมขอยึดตัวเองเป็นหลัก โมจะไม่มีความรู้สึกที่จะไปเอาใจใส่ใคร อยากจะติดใครหรือว่าอยากจะดูแลใคร ณ เวลานี้และอีกสักพักใหญ่ๆ เลย”

  เศร้ามั้ย?  ช่วงแรกๆ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาก็มีบ้าง แต่ว่าอย่างที่บอกคือเราไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อกันมากขนาดนี้ มันก็เลยเป็นกำลังใจให้ทั้งโมและพี่ก้องรู้สึกว่า เรายังไม่ได้หายไปไหนจากกัน เรายังเป็นพี่น้องกัน เป็นคนสำคัญในครอบครัวเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าไม่มีเรื่องหึง หวง เท่านั้นเอง เรายังโทรหากันทุกวัน ทุกอย่างยังคงเดิม ก็เป็นห่วงหันเหมือนเดิม รักกันมากเหมือนเดิม เป็นห่วงในอนาคตของกันและกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรลดน้อยลง เพียงแต่ว่าเราไม่ใช่คนรักกันเท่านั้นเอง

  ถ้า “พี่ก้อง” มีคนใหม่จะโอเคมั้ย?  โอเค เพราะว่าโมโอเคตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าถ้าโมไม่โอเค โมจะไม่ออกมาแถลงข่าวแน่ๆ ณ เวลานี้เป็นเวลาที่เราทั้งคู่โอเคกันมากๆ แล้ว เรื่องมันก็เกิดได้สักพัก เวลาทำใจผ่านมาได้แล้วสักพัก ช่วงนี้มันเลยช่วงของการทำใจมาแล้ว

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวที่อดีตหวานใจหนุ่ม “ก้อง” มีข่าวกับ “น้ำชา” นักร้องค่ายแกรมมี่ฯ นางเอกสาวเปรยว่า

“พอจะทราบค่ะ แต่ว่าโมไม่ขอยุ่งเรื่องส่วนตัวในลักษณะนั้น คืออาจจะมีการรู้ข้อมูลหรือว่ามีการคุยกัน แต่ว่าโมขออนุญาตที่จะไม่พูดถึงอีกบุคคลนึง เพราะว่ามันอาจจะไปกระทบถึงเขา มีผลเสียถึงเขา การงานของเขา อันนี้ต้องไปถามกันเองเอง ไม่อยากเป็นคนที่แบบไปทำให้อีกคนนึงเขาเสียหาย”

“ก่อนหน้านี้ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่คบกัน คืออย่างที่โมเคยให้ข่าวไปทั้งโมแล้วก็พี่ก้องเป็นคนขี้หึงกันทั้งคู่  ทุกวันนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม ความรักยังคงมีเท่าเดิม แต่ว่าก็ไม่ใช่คนรักกัน

  ตอนนี้โมมีคนเข้ามามั้ย? โมพยายามจะคิดให้ทุกคนเป็นเพื่อนเหมือนหมด ด้วยความที่ตัวโมเองยังไม่พร้อมจริงๆ  ตราบใดที่โมยังให้ข่าวว่าโมไม่มีใคร แสดงว่าโมยังไม่เลือกใครค่ะ”

“สำหรับแดนนี่ก็เป็นเพื่อนคนนึงที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ก็เป็นพี่คนนึงที่มีความคิดที่ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คุยได้ทุกเรื่อง จริงๆ โมรู้จักเขามานานแล้ว แต่ว่ารู้จักกันแบบผิวเผิน โมว่าระยะเวลา 3 ปีที่เราทุ่มเทให้คนๆ นึง มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่วันนี้กดปุ่มแล้วจะไปทุ่มเทให้ใครอีกคนนึงโดยที่แบบเราเต็มที่กับคนใหม่เลยทันทีมันเป็นไปไม่ได้ โมว่าคนทุกคนย่อมต้องให้เวลากับตัวเอง”

“มันก็คงไม่ยุติธรรมถ้าเกิดโมจะไปมีใครตอนนี้ แล้วโมดูแลเขาไม่ได้เลย คือโมพูดตรงๆ เลยว่าโมไม่พร้อมจะดูแลใครจริงๆ นอกจากตัวเอง ก็เลยนั้นแหละค่ะใครก็ตามที่เข้ามาคุยกับเราโมก็จะบอกแบบนี้ว่าโมไม่พร้อม ถ้าโอเคจะอยู่ในสถานะแบบนี้ก็…อยู่ได้ก็อยู่ไป (หัวเราะ) แต่ว่าถ้าไม่โอเคก็เราก็ไม่ได้บังคับให้ใครมาอยู่กับเราอยู่แล้ว เพราะว่าอยากจะรักตัวเองจริงๆ เรื่องที่เราห่างกันเป็นจริงเป็นจังไม่ถึงเดือนนึงที่ผ่านมานี้เอง แต่เราก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม มันอาจจะทำให้คนอื่นไม่ทราบว่าเราลดความสัมพันธ์เพราะว่าเราก็ยังติดต่อกัน ยังเจอกันเหมือนเดิม”

  นางเอกสาวกล่าวปิดท้ายว่า “จะรีเทิร์นมั้ย…มันเป็นเรื่องของอนาคต โมยังไม่อยากใช้คำพูดตัวเองไปฆ่าตัวเองทีหลัง มันเป็นเรื่องตอบไม่ได้จริงๆ ว่าจะรีเทิร์นหรือเปล่า แต่ถ้าถาม ณ เวลานี้ก็อย่างที่บอกว่าต่างคนต่างให้เวลากับตัวเองเพิ่มมากขึ้น เยอะมากๆ”

Tags: , ,

แม่ต๊อด พร้อมยกขันหมากขอ นุ่น ทุ่มไม่อั้นของรับขวัญลูกสะใภ้

ข่าวดารา No Comments »

null

คุณแม่ต๊อด-ปิติ เผยงานแต่งลูกชายกับนางเอกสาว นุ่น-วรนุช ยังไม่คืบหน้า เนื่องจากยังไม่เข้าไปสู่ขอกับครอบครัวฝ่ายหญิง แต่ฟันธงปีหน้ามีงานมงคลแน่ ยินดีที่ลูกชายจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา แย้มนางเอกสาวผ่านไฟเขียวตั้งแต่แรกเห็น ประทับใจเป็นคนเรียบร้อยและมีน้ำใจ อุบทุ่มสินสอดเต็มที่ บอกมีของอะไรก็ให้ตลอด รวมทั้งสร้างเรือนหอรอให้ทั้งคู่มาอยู่เรียบร้อยแล้ว

  หลังมีข่าวหลุดว่าทายาทเบียร์สิงห์ ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี จะจูงมือนางเอกสาว นุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์ เข้าพิธิวิวาห์ภายในปีนี้ แต่ทั้งคู่ได้ออกมาปฏิเสธโดยอ้างว่า ปีนี้เป็นปีชงของฝ่ายชาย ส่วนจะเป็นปีหน้าหรือเปล่านั้นคงต้องดูกันอีกที ล่าสุดผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหน้าคุณแม่อรุณี ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นคุณแมของหนุ่มต๊อด จึงได้เข้าไปถามไถ่ถึงความคืบหน้าเรื่องงานวิวาห์ของลูกชาย คุณแม่เผยว่า

“ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะนุ่นยังไม่มีเวลา เรายังไม่ได้ไปเจอพ่อแม่นุ่น แต่ก็เป็นที่ทราบกัน เพราะต๊อดได้ไปคุยกับพ่อแม่เขาแล้ว ส่วนตัวต๊อดเองก็ได้มาคุยกับแม่ คือเราทราบอยู่แล้วว่า เขาซีเรียสกับนุ่น แต่ตอนนั้นเขาบอกว่าอยากให้พร้อมกว่านี้ก่อน เขาอยากทำงานให้ชีวิตมั่นคงก่อน ถ้าเขายังดูแลตัวเองไม่ดีพอ ก็คงยังไม่พร้อมจะมีครอบครัว หลังจากนั้นเขาพูดเองว่าวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเนี่ยเขาจะคุยกับนุ่นเรื่องแต่งงาน ความรู้สึกแม่ก็ดีสิคะ ถ้าอยากแต่งก็แต่ง ลูกมีครอบครัวก็โอเค. (หัวเราะ)”

“แม่ไม่ได้เอาดวงเขาทั้งคู่ไปดูฤกษ์ แต่ต๊อดมีคนที่พอจะรู้จักอาจารย์ เขาก็ถามมาทราบว่าปีนี้ไม่ได้เพราะเป็นปีชง คิดว่าคงเป็นปีหน้ายังไม่ได้บอกเดือนหรือวัน ต้องรอให้คุยกับพ่อแม่นุ่นก่อน ส่วนเรื่องสินสอดเรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เราจะให้ความรักก่อน (หัวเราะ) ถ้าเราพอใจจะให้อะไรเราก็ให้ไปเรื่อย จะไม่ได้เป็นลักษณะเป็นสินสอด (คุณแม่เคยให้ของขวัญรับว่าที่ลูกสะใภ้บ้างมั้ย?) แม่จะให้เขาได้ยังไง เผื่อเขาไม่รับของเรา เขารับของแฟนเขาสิคะ มีคนไปถามต๊อดเรื่องให้แหวนประจำตระกูล ต๊อดก็หัวเราะใหญ่เลย มันไม่ใช่ละคร (หัวเราะ) แม่มีของก็แบ่งได้ ก็แบ่งของเราไป เราหาใหม่ได้”

  ถามถึงก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวคุณแม่ไม่ค่อยปลื้มนุ่นสักเท่าไหร่ มาถึงวันนี้ให้ไฟเขียวนางเอกสาวผ่านหรือยัง คุณแม่อรุณีพูดติดตลกว่า

“ไม่ผ่านแล้วเขาจะไปแต่งงานได้ไง (หัวเราะ) ก็ไม่เป็นไร ปกติแม่จะเป็นคนที่ถ้าลูกรักใคร แล้วเราคิดว่าเขาไม่มีอะไรเสียหาย เราก็ยินดี เราคงไม่ไปตั้งป้อมกับลูกว่าคนนั้นไม่ดีคนโน้นไม่ดี ถ้าเราไม่ชอบตั้งแต่ต้นก็ไม่มีความสุขกันสักคน เท่าที่แม่เห็นนุ่นก็เป็นคนเรียบร้อย ตั้งแต่เขาเข้ามาเราก็สังเกตุ เขาเป็นเด็กที่คงดูแลพ่อแม่เขาพอสมควร เพราะเวลามาที่บ้านถ้าเราจะลุกหาอะไร เขาก็จะไปหยิบให้ ทั้งที่เขาก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน แสดงว่าเขาเป็นเด็กมีน้ำใจ”

  “ถ้าเขาแต่งงานกัน แม่ก็มีบ้านพร้อมให้มาอยู่ด้วยแล้ว คือแม่ทำบ้านไว้ก่อนแล้ว เพราะมีลูก 3 คน เราก็จัดไว้ให้ลูกคนละชั้น สมมุติถ้าเขาเป็นลูกคนเดียวแล้วลูกเราต้องมูฟออกไป เราก็ต้องให้เขาไป แต่ถ้ามีลูกหลายคนเราก็เตรียมบ้านไว้ให้ คือแต่งเสร็จแล้วแม่ก็ทำไว้ให้หมดแล้ว”

Tags: ,

ภูริ-แอน ร่วมงานกับ แป้ง ไร้ปัญหา

ข่าวดารา No Comments »

undefined

ภูริ หิรัญพฤกษ์ กับ “แอน” อลิชา ไล่ศัตรูไกล ไม่หวั่นร่วมงาน “แป้ง”อรจิรา ใน ละคร “ชิงชัง”ของเอ็กแซ็กท์ เผย รู้สึกดี ไม่ได้ลำบากใจและคุยกันได้ตามปกติ ย้ำตอนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันทุกคนเฉียดกันไปเฉียดกันมาอยู่หลายครั้ง ในที่สุดคู่หวานแอน-ภูริ ก็โคจรมาเจอกับ สาว”แป้ง”อรจิรา แหลมวิไล อดีตคนเคยรักของหนุ่มภูริ ในละครเรื่อง “ชิงชัง” ของค่ายเอ็กแซ็กท์จนได้ ต้องร่วมงานกันแบบใกล้ชิดสนิทสนมขนาดนี้ เลยอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ถึงความรู้สึกที่ต้องมาร่วมกันว่าเป็นอย่างไร

“ในเรื่องนี้มีแป้งมาเล่นด้วย ดีครับ ปกติ เป็นพี่น้องกันหมด เพราะในเรื่องนี้นักแสดงทุกคน จะสนิทกันหมดอยู่แล้ว เราสนิทกันหมดทุกคน จริงๆ เราต้องเข้าฉาก ต้องเจอกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเจอกันแบบใกล้ชิด ก็จะเป็นแอนกับแป้งเพราะเขาเล่นเป็นพี่น้องกัน ของผมจะอยู่กับพี่กัปตัน (ภูธเนศ) กับน้องพิม (พิมพ์มาดา) ซะเยอะ

ไม่มีลำบากใจ สบายใจมากสำหรับละครเรื่องนี้” ภูริกล่าว ด้านสาว “แอน” อลิชา ซึ่งเคยมีโอกาสร่วมงานกับแป้งมาก่อนหน้านี้ก็บอก ว่ารู้สึกดี เพราะได้ทำงานหลายๆ คน รู้สึกสนุกดี ถ้าถามว่าจะคุยกันได้แบบสนิทใจหรือไม่ เธอบอกว่าคุยกันได้ปกติ อยากให้เห็นบรรยากาศตอนลองเสื้อผ้า คุยกัน สนุกสนานมาก มีการตั้งกฎกันแล้ว ว่าใครห้ามเอาขนมมาในกองถ่าย หันไปถามสาวแป้งบ้าง

ว่าเรื่องนี้ต้องเจอภูริ อดีตคนรัก รวมทั้ง “แอน” แฟนคนปัจจุบันของนายริ เป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบทันควันฦ “ไม่เป็นยังไง อย่างพี่ริก็เคยเจอกัน ก่อนหน้านี้ พี่แอนก็เคยเจอกันเรื่องก่อนหน้านี้ คือเรื่องมันนานจนลืมกันไปหมดแล้ว ตอนนี้เป็นเพื่อนกันหมดแล้ว ร่วมงานกันไม่ลำบากใจเลย ไม่มีปัญหา กลายเป็นเพื่อนกันหมดแล้ว ไม่มีเรื่องวันวานเก่าๆ กลับมาให้กวนใจแน่นอน” นางเอกสาวกล่าวสรุป

Tags: , ,

อั้ม นับวันรอ4หนุ่มกิมจิมาไทย

ข่าวดารา No Comments »

null

 

null  “อั้ม-พัชราภา” นางเอกสาวเซ็กซี่ สุดฮอต ยอมรับตื่นเต้น รอรับ 4 หนุ่มฮอตเกาหลีจากวงซูเปอร์จูเนียร์ ที่เตรียมตัวบินมาเมืองไทย เพื่อถ่ายโฆษณาร่วมกัน โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ที่ลานพาร์ค พารากอน

เตรียมมาเรียกเสียงกรี๊ดกับบรรดาแฟนคลับในเมืองไทยอีกครั้งสำหรับ 4 หนุ่มซูเปอร์จูเนียร์ ”ซีวอน, คยูฮยอนเรียวอุค, ฮันคยอง” ที่มาจะแถลงข่าวเปิดตัวโฆษณาคู่กับ ”อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ นางเอกสาวเซ็กซี่สุดฮอตของเมืองไทย ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ที่ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน

null ทั้งนี้ โฆษณาที่ ”อั้ม” และ 4 หนุ่มฮอตจากวงซูเปอร์จูเนียร์ถ่ายร่วมกันนั้น คือ โรลออน ของทเวลฟ์พลัส ที่ใช้บริการหนุ่มฮอตจากเกาหลีมาเป็นพรีเซนเตอร์อยู่เป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ”อั้ม” ได้เปิดเผยผ่านรายการ ”วันวานยังหวานอยู่” โดยยอมรับว่า ตนอยู่ในช่วงเตรียมตัวถ่ายโฆษณา และในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ก็เตรียมไปเปิดตัวในฐานะพรีเซนเตอร์ของสิ้นค้าชนิดหนึ่งร่วมกับ 4 หนุ่มฮอตจากวงซูเปอร์จูเนียร์ วงดนตรีชื่อดังของเกาหลีที่ตนชื่นชอบเอามากๆ จริง พร้อมกันนี้ ”อั้ม” ยอมรับว่า รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ที่จะได้ร่วมงานกับ 4 หนุ่มฮอตของเกาหลี

null  นอกจากนี้ ”อั้ม” ยังกล่าวชวนให้สาวๆ ซึ่งเป็นแฟนคลับของ 4 หนุ่มฮอตจากเกาหลี พากันอิจฉาอีกด้วย โดย ”อั้ม” บอกว่าการถ่ายโฆษณาชุดนี้ ตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แล้วงานนี้ต้องมีฉากที่ตนต้องใกล้ชิดกับทั้ง ”ซีวอน, คยูฮยอน, เรียวอุค, ฮันคยอง” แบบแนบแน่นบ้างอย่างแน่นอน และต้องมีฉากกุ๊กกิ๊กกันบ้างพอสมควร

ส่วนค่าตัวของ ”อั้ม” และ 4 หนุ่ม ฮอตจากเกาหลี ได้รับจากการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรลออนของทเวลฟ์พลัสครั้งนี้ เป็นจำนวนเงินสูงมากเท่าไหร่นั้น ในเบื้องลึกยังไม่สามารถมีใครสืบทราบได้ แต่คาดว่าน่าจะอยู่ที่หลัก 10 ล้านขึ้นไปอย่างแน่นอน

null  สำหรับ ”อั้ม” เวลานี้นับว่าเป็นนางเอกเซ็กซี่ที่ฮอตเอามากๆ และกำลังไปได้สวยกับละครเรื่อง ”แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา” ที่เล่นประกบกับพระเอกมาดเซอร์ ”เป้” อารักษ์ อมรศุภศิริ ซึ่งออกอากาศทางช่อง 7 สี ทุกวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ

จากที่ก่อนหน้านี้กระแสละครภาคค่ำของช่อง 7 สี จะแผ่วลงไปบ้าง โดยการปล่อยให้คู่แข่งอย่างวิกพระราม 4 ผลิตละครแซงหน้าไปหลายเรื่อง แต่ในที่สุดเมื่อทางค่ายโพลีพลัสฯ ได้ส่งละครเรื่อง ”แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา” ละครแนวคอมเมดี้ของทางช่อง 7 สี มาออนแอร์ ส่งผลให้เรตติ้งละครภาคค่ำของทางช่อง 7 สี ขยับขึ้นมาตัวเลขสูงลิบลิ่วถึง 17 ทันที โดยคิดเป็นส่วนแบ่งผู้ชมร้อยละ 59 หรือกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ

Tags: ,

พลอย ย้ำ โดม ฉลาดเลือกผู้หญิง??

ข่าวดารา No Comments »

null

”พลอย-เฌอมาลย์” โต้ควง ”ไมค์-พิรัชต์” เที่ยวเชียงใหม่อย่างสนิทสนมเผยเป็นเพื่อนกันนานแล้ว ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดอีก ฟุ้ง ”โดม”ปกรณ์ ลัม โทร.เคลียร์พาสาวไปหัวหินตั้งแต่วันที่พาไปแล้ว ย้ำมั่นใจหนุ่มหล่อฉลาดเลือกผู้หญิงอยู่แล้ว เผยไม่ซีเรียดคนมองนักร้องหนุ่มเป็นผู้ชายเจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงบ่อย เพราะทุกคนมีสิทธิ์เลือก

null  เป็นข่าวควงหนุ่มรายวันสำหรับดาราสาวสุดเซ็กซี่ อดีตหวานใจหนุ่มหล่อขั้นเทพ”พลอย”เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ที่ตั้งแต่เลิกรากับนักร้องหนุ่ม”โดม” ไป 1 ปี 5 เดือน ก็เป็นข่าวกับหนุ่มน้อยไม่ว่าจะเป็น”กอล์ฟ พิชญะ”, ”โทโมะ” วงเคโอติก ล่าสุด ”ไมค์-พิรัชต์” ที่มีภาพหลุดไปเที่ยวสุดเหวี่ยงกันที่เชียงใหม่ งานนี้สาวพลอยกลัวเสียเพื่อนสนิทอย่างหนุ่มน้อยจัดเลยขอออกมาเคลียร์ข่าวที่เกิดขึ้นสักที

”เริ่มแรกเลยเราไม่อยากให้ใครต้องลำบากใจ เพราะคนที่อยู่ข้างๆ ต้องเสียชื่อไปด้วย ต้องบอกก่อนว่าพลอยทำงานกับไมค์ตั้งแต่งานคอนเสิร์ต เรารู้จักกันมาก่อนทำงานด้วยกันมาก่อน ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนกันก็เลยสนิทกัน ส่วนหญิงแม้นก็เคยเจอกันก่อนหน้านี้แล้ว ไมค์มาแนะนำให้รู้จัก เป็นน้องที่สนิทกัน หญิงแม้นก็เป็นน้องสาวคนหนึ่งที่น่ารักมาก สนิทกันมีอะไรก็ปรึกษากัน ไม่มีอะไรอื่นเกินเลยนอกจากคำว่าเพื่อนและครอบครัว เหมือนพลอยเป็นพี่สาวคนโต ไม่ว่าจะเป็นทั้งแม้นทั้งไมค์มีเรื่องไม่สบายใจก็จะปรึกษา แม้นกับไมค์ก็เป็นเพื่อนกัน พลอยกับไมค์ก็เป็นเพื่อนกัน ที่ไปเดินสยามตอนนั้นที่มี พลอย มีปอย-ตรีชฎา มีไมค์ นัดกันแล้วก็ไปเจอแม้น ก็เพื่อนกันหมดค่ะ ถ้ามีลับลมคมในคงไม่กล้าออกมาเดินในที่สาธารณะขนาดนี้ แต่นี่เราบริสุทธิ์ใจจริงๆ”

null  เมื่อถามดาราสาวเกี่ยวกับความรู้สึกที่โดนจับคู่กับเพื่อนสนิทว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงหรือไม่ ดาราสาวกล่าวว่าไม่รู้สึกอะไรเพราะโดนจับคู่มาเยอะแล้ว สงสารตนเถอะเพราะไม่อยากเสียเพื่อนไป

”ก็โดนจับคู่ตั้งแต่พี่ชายเขา แถมยังมีโทโมะเพื่อนไมค์ มาคราวนี้เป็นไมค์เอง คือพวกเราโสดกันหมดด้วยแหละ เลยเป็นที่น่าจับตามอง แต่จริงๆ ยืนยันว่าเป็นพี่น้องกัน ที่เชียงใหม่วันนั้นไมค์ไปทำงาน พลอยกับแม้นตามไปเที่ยวด้วย แล้วก็ไปหาพี่โน้ส-อุดม พี่เขาก็พาพวกเราทั้งหมดไปเที่ยวด้วย ไม่จีบแน่นอน พลอยไม่ใช่สเปกไมค์ เราชัดเจนมากๆ ไม่อยากให้คนรอบตัวอึดอัด แค่นี้ก็ไม่มีใครอยากมาเดินเล่นกับพลอยแล้ว สงสารพลอยเถอะไม่อยากเสียเพื่อนไป เพราะสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งผิด เป็นเพื่อนกันก็ต้องมีไปกินข้าว ดูหนังกันบ้าง คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดศีลธรรม ยังไม่มีแฟนถ้ามีแล้วจะบอก ตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยค่ะ ตอนนี้ติดเพื่อนมาก”

null  เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วอย่างนี้รู้หรือเปล่าว่าพี่โดมพาสาวหมวยไปเที่ยวที่หัวหิน หลายคนบอกว่านี่เป็นแฟนใหม่ของ ”โดม” ด้วย

”ก็เห็นแล้ว ตอนที่อยู่หัวหินนั้นพี่เขาโทร.มาหาพลอย เขาก็บอกว่าอยู่กับเพื่อน อันที่จริงแล้วมันก็ชีวิตของเขา ตอนนี้พลอยกับพี่โดมก็เลิกกันมาแล้ว 1 ปี 5 เดือน เราไม่ก้าวก่ายชีวิตของกันและกัน พลอยยังรักยังหวงได้ก็ในฐานะเพื่อนและครอบครัวที่เรารู้จักกันมา เป็นเวลานานแค่นั้นเอง พลอยมองพี่เขามีสิทธิ์ที่จะเลือก เพราะยังไม่แต่งงาน สังคมเขาก็กว้างมีเรื่องเจ้าชู้บ้างคงไม่แปลก ไม่หวงไม่หึงเลย พลอยเชื่อว่าพี่โดมเป็นคนฉลาดเลือกอยู่แล้วค่ะ”

null  อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกหวงคนที่เข้ามาหา”พี่โดม”บ้างไหม ดาราสาวกล่าวว่าไม่น่าหวงเพราะนักร้องหนุ่มฉลาดเลือกอยู่แล้ว

”ไม่หวงค่ะ พลอยว่าพี่โดมเขาเป็นคนฉลาดเลือกอยู่แล้วค่ะ ใครผิดพลาดก็อย่าไปเหยียบซ้ำ ก็ด้วยความที่เป็นดาราก็ถูกเพ่งเล็งค่ะ ก็เห็นใจค่ะ”

Tags:
Powered by Promote website.
Images by desEXign.