แตงโม รับเลิก ก้อง นานร่วมเดือนพร้อมเหน็บคอลัมนิสต์นสพ.ดัง

ข่าวดารา No Comments »

null

นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา รับ! เลิกแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ มานานกว่า 1 เดือนแล้ว หลังมีปัญหาไม่เข้าใจกันมานานร่วมปี ยอมรับนิสัยส่วนตัวเข้ากันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอซึ่งกันและกัน ลดระดับความสัมพันธ์จากแฟนเหลือแค่คำว่า “พี่ชาย-น้องสาว” ปัด! หนุ่มคลีโอ “แดนนี่” เป็นมือที่3 เผยสนิทกันจริงแต่ยังไม่พัฒนาเป็นแฟนแน่นอน!! พร้อมเคลียร์ข่าว “แม่บังเกิดเกล้า” โผล่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู ย้ำชัดเป็นเรื่องภายในครอบครัวเคลียร์กันลงตัวแล้วหมดแล้ว เหน็บ!! คอลัมนิสต์ใน นสพ.รายวันชื่อดังคงหวังดีลงข่าวบิดเบือนความจริงไปมาก แย้มไม่โกรธและไม่คิดฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น!

  หลังจากขอเวลาทำใจและขอเคลียร์กับ “คุณแม่” ถึงกระแสข่าวเปิดศึกแย่งกันดูแลตนกับ “คุณพ่อ” จนเป็นข่าวครึกโครมเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (12 พ.ค.) สาว “แตงโม” พร้อมเปิดใจแบบหมดเปลือกกลางกองถ่ายละคร “ขอเพียงรัก” ที่โรงแรมเซนสวีทกรุงเทพฯย่านแจ้งวัฒนะ 10 โดยนางเอกสาวเปิดใจพร้อมกันรวดเดียว 2 ประเด็นอย่างอารมณ์ดีว่า

“สำหรับวันนี้ก็มีสองเรื่องใหญ่ๆ ที่คิดว่าทุกคนก็คงจะรอคอยกันมา โมได้คุยกับคุณแม่แล้วค่ะ ก็เป็นเหมือนที่โมคิดไว้แล้วว่าข่าวค่อนข้างบิดเบือนไปจากความจริงเยอะมากๆ ค่ะ โมก็คุยกับคุณแม่ ทานข้าวกับคุณแม่แล้วก็ได้ถามว่าได้เห็นหนังสือพิมพ์มั้ยที่ลง คุณแม่ก็บอกว่าไม่ได้พูดเหมือนที่ในหนังสือพิมพ์ลง อาจจะมีการปรึกษาบ้าง ด้วยความที่คุณยิ่งยงกับคุณแม่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งหลายสิบแล้ว ตั้งแต่สมัยที่คุณแม่ยังอยู่ในวงการบันเทิง ฉะนั้นก็อาจจะมีการคุยกันเหมือนเพื่อนกันคุยกันปกติ แต่เป็นสายสนทนาที่เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่การบอกเล่าข่าวเพื่อให้หนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าว”

  จุดประสงค์ของคุณยิ่งยงที่ลงไป?   โมก็ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์เพราะอะไร แต่ว่าโมก็เข้าใจเพื่อนอาจจะอยากช่วยเพื่อน เพราะว่าคุณแม่ได้มีการบ่นคิดถึงลูก อยากจะมาดูแลลูกบ้างหรืออะไรทำนองนี้ ก็อาจจะบ่นๆ แบบนี้ว่าเอออยากจะไปช่วยเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านหรืออะไรก็ตามที่คุณแม่ก็อาจจะกังวลไปว่าโมอาจจะงานเยอะ ช่วงนี้หรืออาจจะได้ข่าวว่าช่วงนี้โมสุขภาพไม่ค่อยดี จึงอยากจะช่วยมาแบ่งเบาภาระของโมบ้าง อันนี้คือการคุยกันระหว่างคุณแม่กับคุณยิ่งยงก็ใจความสำคัญมีอยู่แค่นี้จริงๆ ค่ะ คุณแม่เองก็บอกว่าอ่านแล้วก็งงมากๆ เหมือนกัน ตั้งตัวไม่ติดว่าเพราะอะไรหนังสือถึงได้ลงไปในทำนองที่ว่า…โมจำข้อความที่ถูกต้องไม่ได้ แต่ลักษณะเหมือนกับว่าอยากจะได้ลูกคืนหรือว่ามีการแย่งชิงกันระหว่างพ่อกับแม่ ซึ่งแม่เองก็ยังพูดติดตลกอยู่เลยว่าตายแล้วลงไปอย่างนี้ แล้วลองถามลูกมันซิว่าอยากจะอยู่กับชั้นหรือเปล่า (หัวเราะ)

  ในข้อความหนังสือพิมพ์ดูค่อนข้างร้ายแรงกว่าความเป็นจริงมาก?   อย่างที่โมเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นที่บ้านโม ก็เลยต่างคนต่างงง  จริงๆ แล้วครอบครัวมันน่าจะมีจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยกัน แต่ด้วยความที่บ้านโมยังไม่เคยคุยกันเรื่องจะขอลูกไปหรือว่าใครฝ่ายใดฝ่ายนึงจะเป็นคนดูแล แล้วหนังสือพิมพ์ไปลงโมเกิดความรู้สึกอย่างที่โมเคยพูดไปว่าโมต้องขอใช้เวลาที่จะถามความจริงจากคุณแม่ สรุปแล้วก็เป็นคล้ายๆ แบบที่โมคิดว่ามีการลงเป็นข่าวที่ค่อนข้างบิดเบือนความจริงไปเยอะมากๆ ทุกวันนี้โมกับคุณแม่ก็ยังเป็นในลักษณะเดิม

“ถ้ามีเวลาว่างหรือคุณแม่คิดถึงหรือคุณลูกคิดถึงหรือว่าต้องการจะไปช็อปปิ้งแบบผู้หญิงๆ เราก็ยังคงไปทานข้าว ไปพูดคุยกัน เจอกัน โทรศัพท์คุยกันเหมือนที่ผ่านมา เคยเป็นมา เราทั้งสามคน พ่อ แม่ ลูก ไม่ได้มีความต้องการอยากจะให้สถานภาพมันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ คือมันไม่มีการพูดคุย ไม่มีการตกลงกันว่าใครจะเป็นคนเลี้ยงดู เพราะว่าโมอายุค่อนข้างมากแล้ว ทุกอย่างมันดำเนินมาตั้งแต่โมยังเล็กจนถึงปัจจุบันมันไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย ฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกคนที่เป็นห่วงและติดตามข่าวเข้าใจในเนื้อความว่า จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตื่นตูมไปเอง ในความเป็นจริงก็ยังขอใช้ชีวิตปกติแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

  ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์กับ “คุณแม่” ว่าสนิทกันมากน้อยแค่ไหน นางเอกสาวเปรยว่า

“เออ…อาจจะสนิมสนมกันในบางเรื่อง อย่างเช่นเรื่องระหว่างแม่กับลูก เรื่องของผู้หญิงกับผู้หญิง หรือว่าเรื่องช็อปปิ้ง โมกับคุณแม่สนิมสนมกันอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องที่ค่อนข้างห่างเหินอาจจะมีบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องส่วนตัวของกันและกัน แต่ติดต่อกันตลอด อาจจะมีบางช่วงที่งานเยอะมากหรือว่าคุณแม่มีธุระมาก อันนั้นอาจจะมีนานๆ ติดต่อที แต่สมัยเด็ก ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ปิดเทอม เสาร์ - อาทิตย์ อยู่กับคุณแม่ตลอด”

  พอถามต่อถึงกระแสข่าวว่า “คุณแม่” ต้องการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยของลูกสาว เจ้าตัวเผยว่า

“อ่อ หมายถึงว่าเขาอาจจะคิดถึงจากการที่ได้ทราบข่าวว่าโมสุขภาพไม่ค่อยดี จริงๆ โมว่าคุณแม่ก็อยากจะมาอยู่ใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่นเรื่องใหญ่ๆ ที่โมไม่ค่อยได้ทำคือทำงานบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพวกนี้ เรื่องงานบ้าน ความเรียบร้อยของบ้าน เรื่องเสื้อผ้า เรื่องที่เป็นเรื่องของแม่บ้าน คุณแม่อาจจะอยากเข้ามาช่วยตรงนี้มากกว่า เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือตรงนี้กันอยู่แล้วด้วย ส่วนโอกาสที่จะกลับมาอยู่กันสามคนมันเป็นไม่ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วก็เราสามคนไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้วด้วย แล้วก็ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัว โมมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คุณพ่อก็มีโลกส่วนตัว คุณแม่ก็มีโลกส่วนตัว ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาเราดำเนินชีวิตด้วยความสุขแบบนี้อยู่แล้ว สะดวกสบายแบบนี้อยู่แล้ว โมคิดว่าไม่น่าจะมีใครต้องการให้มันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้มารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้ อาจจะปวดหัวกว่าเดิมก็ได้”

  นางเอกสาวเปรยต่อว่า   “โมว่าบ่นกับทุกคนที่เป็นเพื่อน ญาติ รวมถึงคุณพ่อโมเอง บางทีเขาโทรศัพท์คุยกันคุณแม่ก็บ่น รวมถึงพี่วุธผู้จัดการโม คุณแม่ก็คุยโทรศัพท์กับพี่วุธบ่อยแล้วก็บ่นคิดถึงกันตลอด คือนานๆ เราจะเจอกันที ยิ่งโมเข้าวงการบันเทิงยิ่งเจอคุณแม่น้อยมากๆ ถ้าไม่เป็นเทศกาลหรือว่าวันสำคัญจริงๆ อย่างล่าสุดเราเจอกันเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วก็คือพี่ชายรับปริญญาก็เลยได้เจอกันทั้งครอบครัว จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ด้วยความที่บางทีเราว่างไม่ค่อยตรงกัน  แต่ช่วงนี้จะพยายามถ้าเกิดเรามีเวลาว่างตรงกันคงจะเจอกันบ่อยขึ้น ทานข้าวกันบ่อยขึ้น ล่าสุดก็เพิ่งไปเที่ยวกันมา (หัวเราะ)”

“ถามว่าโกรธมั้ย โมไม่โกรธเขา ตอนแรกๆ อาจจะมีไม่เข้าใจว่าเราควรปรึกษากันก่อนมั้ย ถามความจริงกันก่อนมั้ย ก่อนที่จะเอาไปลง แต่พอคิดไปคิดมา โมคิดว่าเพื่อนก็ต้องย่อมรักเพื่อน คุณยิ่งยงอาจจะเป็นห่วงคุณแม่เลยอยากจะเป็นสื่อกลางที่จะทำให้โมกับคุณแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากขึ้น แต่เขาลืมคิดไปว่าโมกับคุณแม่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกันมาก่อน (คุณพ่อว่ายังไงบ้าง?) คุณพ่อก็งงค่ะ แล้วก็พยายามจะไม่ให้โมออกมาพูดอะไร ด้วยความที่คุณพ่อก็ค่อนข้างเป็นห่วงและไม่อยากให้มีผลกระทบต่อตัวโมในเรื่องข่าว เรื่องครอบครัวบางทีมันเป็นเรื่องที่ระเอียดอ่อนในการที่จะพูดอะไรออกไป แต่ว่าโมก็ให้ความมั่นใจกับคุณพ่อว่าโมก็พูดในส่วนที่มันเป็นความจริง โมเชื่อว่าความจริงมันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรเรามาก แล้วเรื่องจริงมันไม่ได้มีอะไรร้ายแรงอย่างที่ข่าวลง ก็เลยสบายกันทุกฝ่ายตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย แล้วก็โมรู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าช่วงที่เป็นข่าวแล้วยังไม่ได้คุยกับคุณแม่สักที แล้วก็โดนถามทุกวัน ต้องยอมรับว่าคิดอะไรไปต่างๆ นานา แอบมีงอนแม่เล็กน้อย แต่พอถามความจริงแล้ว จริงๆ แล้วคุณแม่ไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นเลย ก็โอเคค่ะ”

  พอถามต่อว่าข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง นางเอกสาวโบ้ยว่า

“มันก็ยังโชคดีที่โมค่อนข้างเป็นคนเข้มแข็ง ในส่วนลึกๆ แล้วโมยังเชื่อในตัวคุณพ่อ เชื่อในตัวคุณแม่ แล้วก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อตามข่าวร้อยเปอร์เซ็น เพราะว่าเราเองก็อยู่ในวงการบันเทิง เราจะรู้การนำเสนอข่าวว่ามันมีความจริงเท็จยังไง ดูจากที่มาที่ไปแล้ว มันยังไม่เป็นประเด็นที่บ้านไม่รู้ข่าวมาได้ยังไง ฉะนั้นโมจะไม่ปักใจเชื่อข่าว ก็เลยอาจจะมีผลกระทบแค่ช่วงแรกๆ ที่มันยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ แต่พอเราใช้ความคิด ใช้เวลาทบทวนหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ค่อยได้กระทบเท่าไหร่ แต่ว่าถามลองมองในมุมกว้างแล้วโมหรือทุกคนที่อยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้อยากจะเป็นข่าวกับคนในครอบครัวตัวเองอยู่แล้ว (กลัวคุณแม่น้อยใจมั้ย?) ไม่กังวลเลย เพราะว่าคุณแม่เองก็ไม่ได้อยู่ในอาการซึมเศร้า ทุกวันนี้ทุกคนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติที่เคยเป็นมา เพราะว่าคุณแม่เองก็ยังต้องดูแลคุณยายและพี่ชายอยู่”

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวเม้าท์หนาหูว่าเริ่มถอยห่างกับแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ แล้ว!! นางเอกสาวรีบฟุ้งต่อทันทีว่า

“เรื่องที่สองก็เรื่องพี่ก้องค่ะ ตอนนี้โมกับพี่ก้องก็ลดระดับความสัมพันธ์ลงเหลือเป็นพี่ชายกับน้องสาว แล้วก็ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี ไม่ได้เป็นในทางที่แย่หรือว่ามองหน้ากันไม่ติด หรือว่ามีการทะเลาะกันเลย เรามีความรู้สึกว่าช่วงระยะเวลาหลังๆ มา หลายเดือนที่ผ่านมามีความรู้สึกว่าเราอาจจะมีบางเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่เข้าใจกัน หรือว่าความคิดเห็นต่างกัน มันทำให้ความสัมพันธ์แบบคนรักกันไม่ดำเนินต่อไปในทางที่ดี ฉะนั้นเราก็เลยใช้วิธีลองห่างกันไปช่วงนึง ลองใช้ความคิด ใช้สมอง ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ แล้วเราลองลดความสัมพันธ์ลงแล้ว แล้วก็ลองใช้ชีวิตแบบนี้มาสักระยะนึงแล้ว เราเห็นว่าการเป็นพี่น้องกัน เป็นความสบายใจที่เราสองคนไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน”

“ตั้งแต่คบกันมา 3 ปี โมมีความรู้สึกคนสองคนคือโมกับพี่ก้องอาจจะเหมาะสมที่จะเป็นพี่น้องกันมากกว่าที่จะเป็นคนรักกัน เราสองคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ไม่เหมือนตอนที่เราคบกัน โมอาจจะมีความกลัว มันจะมีเรื่องความหึงหวงเข้ามา เวลาเราปรึกษากันหรือว่าเล่าเรื่องต่างๆ แต่พอเราตัดเรื่องพวกนี้ออกไปรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่โมกับพี่ก้องจะมารู้สึกแบบนี้กัน ระยะเวลาที่ห่างกันเป็นจริงเป็นจังประมาณเดือนนึง แต่ว่าระยะเวลาที่เราเริ่มทำใจกันแล้ว โมว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งปี สืบเนื่องมาจากคราวที่แล้วมั้ย โมว่าอาจจะมีส่วนเล็กน้อย แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะเอามาตัดสิน โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เรื่องต่างๆ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เอามาตัดสินที่จะลดระดับความสัมพันธ์โมว่าน่าจะเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวมากกว่า เรามีความรู้สึกว่า เราทั้งสองคนไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตที่ยาวไกลกว่านี้ โมเองก็ไม่ดีพอสำหรับพี่ก้อง พี่ก้องเองก็ไม่ดีพอสำหรับโม คือเราต่างคนต่างไม่มีคุณสมบัติในการเป็นคนรักในระยะยาวค่ะ”

“เรื่องมือที่สามไม่มีเลย เพราะว่าอย่างที่บอกถ้าเกิดมันครึ่งปีมาแล้ว มันก็เลยเป็นคนละประเด็น เพราะว่าโมมีความรู้สึกว่าเราสองคนรักกันมากๆ จนไม่น่าจะเรื่องของบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีบุคคลที่สาม ที่สี่ ที่ห้า เข้ามามากน้อยแค่ไหน โมเชื่อว่าโมเองก็รักพี่ก้องมาก พี่ก้องก็รักโมมากไม่มีใครที่จะทำให้ความสัมพันธ์นี้มันลดลงไปได้ (โมมีข่าวกันแดนนี่ด้วย??) ก็เป็นเพื่อนกัน เพราะว่าตัวโมเองตัดสินใจกับตัวเอง ตั้งใจกับตัวเองแล้วว่าเป็นปีๆ กว่าโมพร้อมที่จะไปมีใคร หรือว่าพร้อมที่จะรักใครใหม่ โมตั้งใจว่าคือหลังจากนี้โมขอรักตัวเองคนเดียวแน่ๆ แล้วคิดถึงแต่เรื่องตัวเองแล้ว คืออาจจะมีคนเข้ามาหรือไม่มีคนเข้ามาก็ตามแต่ว่าทุกคนจะต้องรู้ตรงกันว่าโมขอยึดตัวเองเป็นหลัก โมจะไม่มีความรู้สึกที่จะไปเอาใจใส่ใคร อยากจะติดใครหรือว่าอยากจะดูแลใคร ณ เวลานี้และอีกสักพักใหญ่ๆ เลย”

  เศร้ามั้ย?  ช่วงแรกๆ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาก็มีบ้าง แต่ว่าอย่างที่บอกคือเราไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อกันมากขนาดนี้ มันก็เลยเป็นกำลังใจให้ทั้งโมและพี่ก้องรู้สึกว่า เรายังไม่ได้หายไปไหนจากกัน เรายังเป็นพี่น้องกัน เป็นคนสำคัญในครอบครัวเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าไม่มีเรื่องหึง หวง เท่านั้นเอง เรายังโทรหากันทุกวัน ทุกอย่างยังคงเดิม ก็เป็นห่วงหันเหมือนเดิม รักกันมากเหมือนเดิม เป็นห่วงในอนาคตของกันและกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรลดน้อยลง เพียงแต่ว่าเราไม่ใช่คนรักกันเท่านั้นเอง

  ถ้า “พี่ก้อง” มีคนใหม่จะโอเคมั้ย?  โอเค เพราะว่าโมโอเคตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าถ้าโมไม่โอเค โมจะไม่ออกมาแถลงข่าวแน่ๆ ณ เวลานี้เป็นเวลาที่เราทั้งคู่โอเคกันมากๆ แล้ว เรื่องมันก็เกิดได้สักพัก เวลาทำใจผ่านมาได้แล้วสักพัก ช่วงนี้มันเลยช่วงของการทำใจมาแล้ว

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวที่อดีตหวานใจหนุ่ม “ก้อง” มีข่าวกับ “น้ำชา” นักร้องค่ายแกรมมี่ฯ นางเอกสาวเปรยว่า

“พอจะทราบค่ะ แต่ว่าโมไม่ขอยุ่งเรื่องส่วนตัวในลักษณะนั้น คืออาจจะมีการรู้ข้อมูลหรือว่ามีการคุยกัน แต่ว่าโมขออนุญาตที่จะไม่พูดถึงอีกบุคคลนึง เพราะว่ามันอาจจะไปกระทบถึงเขา มีผลเสียถึงเขา การงานของเขา อันนี้ต้องไปถามกันเองเอง ไม่อยากเป็นคนที่แบบไปทำให้อีกคนนึงเขาเสียหาย”

“ก่อนหน้านี้ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่คบกัน คืออย่างที่โมเคยให้ข่าวไปทั้งโมแล้วก็พี่ก้องเป็นคนขี้หึงกันทั้งคู่  ทุกวันนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม ความรักยังคงมีเท่าเดิม แต่ว่าก็ไม่ใช่คนรักกัน

  ตอนนี้โมมีคนเข้ามามั้ย? โมพยายามจะคิดให้ทุกคนเป็นเพื่อนเหมือนหมด ด้วยความที่ตัวโมเองยังไม่พร้อมจริงๆ  ตราบใดที่โมยังให้ข่าวว่าโมไม่มีใคร แสดงว่าโมยังไม่เลือกใครค่ะ”

“สำหรับแดนนี่ก็เป็นเพื่อนคนนึงที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ก็เป็นพี่คนนึงที่มีความคิดที่ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คุยได้ทุกเรื่อง จริงๆ โมรู้จักเขามานานแล้ว แต่ว่ารู้จักกันแบบผิวเผิน โมว่าระยะเวลา 3 ปีที่เราทุ่มเทให้คนๆ นึง มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่วันนี้กดปุ่มแล้วจะไปทุ่มเทให้ใครอีกคนนึงโดยที่แบบเราเต็มที่กับคนใหม่เลยทันทีมันเป็นไปไม่ได้ โมว่าคนทุกคนย่อมต้องให้เวลากับตัวเอง”

“มันก็คงไม่ยุติธรรมถ้าเกิดโมจะไปมีใครตอนนี้ แล้วโมดูแลเขาไม่ได้เลย คือโมพูดตรงๆ เลยว่าโมไม่พร้อมจะดูแลใครจริงๆ นอกจากตัวเอง ก็เลยนั้นแหละค่ะใครก็ตามที่เข้ามาคุยกับเราโมก็จะบอกแบบนี้ว่าโมไม่พร้อม ถ้าโอเคจะอยู่ในสถานะแบบนี้ก็…อยู่ได้ก็อยู่ไป (หัวเราะ) แต่ว่าถ้าไม่โอเคก็เราก็ไม่ได้บังคับให้ใครมาอยู่กับเราอยู่แล้ว เพราะว่าอยากจะรักตัวเองจริงๆ เรื่องที่เราห่างกันเป็นจริงเป็นจังไม่ถึงเดือนนึงที่ผ่านมานี้เอง แต่เราก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม มันอาจจะทำให้คนอื่นไม่ทราบว่าเราลดความสัมพันธ์เพราะว่าเราก็ยังติดต่อกัน ยังเจอกันเหมือนเดิม”

  นางเอกสาวกล่าวปิดท้ายว่า “จะรีเทิร์นมั้ย…มันเป็นเรื่องของอนาคต โมยังไม่อยากใช้คำพูดตัวเองไปฆ่าตัวเองทีหลัง มันเป็นเรื่องตอบไม่ได้จริงๆ ว่าจะรีเทิร์นหรือเปล่า แต่ถ้าถาม ณ เวลานี้ก็อย่างที่บอกว่าต่างคนต่างให้เวลากับตัวเองเพิ่มมากขึ้น เยอะมากๆ”

Tags: , ,
Powered by Promote website.
Images by desEXign.