น้ำชา โต้มือที่สาม ก้อง-แตงโม รับสนิทเรียนรู้กันอยู่

ข่าวดารา No Comments »

null

นักร้องสาว “น้ำชา” โต้เป็นมือที่สามแย่ง ก้อง-กรุณ จากอก แตงโม-ภัทรธิดา ยันไม่ใช่แฟนใหม่ รับสนิทฝ่ายชายและกำลังเรียนรู้นิสัยใจคอกัน ตั้งป้อมกั้นแม่ไม่ไฟเขียวให้มีแฟน เพราะยังเด็ก ส่วนอนาคตให้รอลุ้นกันต่อไป ปัดแม่ไฮโซหนุ่มปลื้ม พร้อมปฏิเสธช่วยกันสร้างกระแสอินเลิฟเพื่อดันงานเพลง

  อยู่เฉยๆ ก็งานเข้าซะงั้น สำหรับนักร้องสาวหน้าใหม่ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ที่ตกเป็นข่าวเป็นแฟนใหม่เบอร์ล่าของไฮโซสุดหล่อ ก้อง-กรุณ หลังฝ่ายชายเพิ่งสวมคอนเวิร์สแยกทางใครทางมันกับนางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา มาหมาดๆ อีกทั้งเจ้าตัวยังประกาศบอกผ่านสื่อเองว่า กำลังคุยอยู่กับนักร้องสาวตามกระแสข่าวลือจริง ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามน้ำชาที่ถูกมองเป็นมือที่สามทำ “ก้อง” รักร้าว “แตงโม” เจ้าตัวทำหน้าเซ็งก่อนเผยความรู้สึกว่า

“เป็นมือที่สามเลยหรือคะ ไม่จริงค่ะ ไม่ใช่แน่ๆ ชากับแตงโมไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย พอมีข่าวก็รู้สึกตลกที่อยู่ดีๆ ก็เป็นข่าว ชากับพี่ก้องยังไม่ใช่แฟนกันแน่ๆ เพราะเพิ่งเริ่มคุยกันได้แค่เดือนเดียว ไม่ใช่คุยศึกษาดูใจแบบเป็นแฟน เรียกว่าเรียนรู้นิสัยกันก็ดูไปเรื่อยๆ แต่เราก็สนิทกันในระดับหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดหรือเปล่า เพราะชาก็มีเพื่อนหลายคน พอดีพี่เขาเป็นนักร้องอยู่ค่ายเดียวกัน เราเจอกันตามงานมีผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักกัน เวลาคุยกันก็จะคุยเรื่องเพลง”

“จริงๆ ก่อนหน้านี้ชาไม่รู้จักพี่ก้องเลยด้วยซ้ำ เพราะชาไม่ได้อยู่ที่นี่ ชาเรียนอยู่ต่างประเทศ เลยไม่ได้ติดตามข่าวบันเทิง ไม่รู้ว่าตอนที่เขามาคุยกับเรา เขาเลิกกับแตงโมหรือยัง ถามว่าพี่เขาได้มีทีท่ามาจีบบ้างมั้ย ก็ไม่นะคะ เราคุยกันเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เพราะพี่เขาก็โตกว่าชาเยอะ คุณแม่ชาก็ยังไม่อยากให้ชามีแฟน เรายังเด็กและเพิ่งเข้ามาในวงการ ส่วนอนาคตจะมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์หรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องของอนาคตชาก็ยังไม่แน่ใจ อันนี้ก็ต้องรอดูกันไป ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

  เมื่อถามต่อว่าฐานะของไฮโซหนุ่มตอนนี้อยู่ในระดับไหน และรูปร่างหน้าตาตรงสเปคบ้างหรือไม่ นักร้องสาวรีบชี้แจงให้ฟังทันที

“ชาเป็นคนไม่มีสเปคอยู่แล้ว ฐานะของพี่ก้องตอนนี้ก็เป็นคนสนิทคนหนึ่งละกัน (มีข่าวว่าแม่ก้องปลื้มน้ำชามาก?) ชายังไม่ถึงขั้นไปเจอพ่อเจอแม่เขาเลยนะคะ เพราะเพิ่งเริ่มคุยกัน ก็มีไปกินข้าวดูหนังบ้าง แต่เวลาไปก็ไม่ได้ไปกันแค่สองคน ก็จะไปกันเป็นกลุ่มเพื่อน (บางกระแสบอกว่า ทั้งคู่กำลังสร้างกระแสดันงานเพลง?) เรื่องสร้างกระแสไม่ใช่เลยค่ะ เพราะชาปล่อยเพลงออกมานานแล้ว และก็มีเพลงก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนกัน”

Tags: , ,

ก้อง-แตงโม ปัดเลิกเพราะมือที่สาม แถมชม น้ำชา น่ารัก-นิสัยดี

ข่าวดารา No Comments »

null

ไฮโซหนุ่ม ก้อง-กรุณ เปิดใจเคลียร์ข่าวเลิกนางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา ไม่เกี่ยวกับมือที่สาม! ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มคลีโออย่าง “แดนนี่” หรือนักร้องสาวหน้าใสค่ายแกรมมี่ฯ “น้ำชา” ย้ำ!สาเหตุเลิกเพราะนิสัยส่วนตัวชอบเอาแต่ใจและขี้หึงกันทั้งคู่ ฟุ้งยังรักและเป็นห่วงกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ฐานะแฟน!! เผยแอบปลื้มนักร้องสาว “น้ำชา” เพราะน่ารักและนิสัยดี คุยกันรู้เรื่อง รับควงกันไปทานข้าวจริง อนาคตมีลุ้น!!

  นักร้องหนุ่ม ก้อง-กรุณ ยอมเปิดใจถึงสาเหตุที่เลิกรากับแฟนนางเอกสาว “แตงโม” ก่อนปัดไม่เกี่ยวกับมือที่สามไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

“อืม…ก็อย่างที่น้องเขาพูด เหมือนกับว่าเรามาถึงกันที่สุดแล้ว ถ้าเราลดสถานภาพดู ลองเป็นพี่-น้อง มันจะดีกว่ามั้ย แล้วเราลองทำดูแล้วมันเวิร์ก เวิร์กมากๆ เลย (เกี่ยวกับที่ “แตงโม” มีคนอื่นหรือเปล่า?) ไม่เกี่ยว มันเกี่ยวกับเราสองคนมากๆ เลย เรื่องมือที่สามก็ไม่เกี่ยว ไม่มีเรื่องนี้เกี่ยวเข้ามาเลย มันเกี่ยวกับเราสองคนมากๆ อาจจะเป็นนิสัยของเราทั้งคู่ด้วย อาจจะเอาแต่ใจกันทั้งคู่ ขี้หึง ใจร้อนกันทั้งคู่ แล้วพอเราลองลดสถานภาพปุ๊ปมาเป็นพี่น้องกัน คือเราสามารถคุยอะไรกันได้มากขึ้น จากเมื่อก่อนเวลามีอะไรมันจะอึดอัดเวลาพูด ไม่ค่อยอยากจะพูดกัน แต่พอมาเป็นอย่างนี้มันคุยกันได้ทุกเรื่องเลยซึ่งมันดีมากๆ”

  พอถามต่อว่าใครเป็นคนยุติความสัมพันธ์ลงก่อน ไฮโซหนุ่มเปรยเสียงอ่อย พร้อมเปรยผ่านช่วงเสียใจมาแล้ว และตอนนี้แฮปปี้กันทั้งคู่

“มันรู้กันทั้งคู่ มันเป็นความรู้สึกกันมาได้สักพักหน่อยๆ แล้ว มันเหมือนกับว่าทั้งคู่ลองพูดกัน คือก่อนหน้านี้มันเคยมีมาก่อนแล้ว แล้วไม่เคยลองทำกันดู แต่พอมาถึงสุดท้ายก็เลยบอกว่าลองดูมั้ย เพราะว่าผมก็เคยลองถามน้อง น้องก็เคยลองถามผม สุดท้ายก็เลยอ้าว…ลองดูแล้วกัน ปรากฏมันออกมาในทางที่มันดีมากๆ ถามว่าเสียใจมั้ย ผมว่ามันเกินระดับของความเสียใจมาแล้ว มันมีคววามรู้สึกที่ดีต่อกันมากๆ เหมือนตอนนี้มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม แค่เราไม่ได้เป็นคู่รัก แต่ว่าทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย”

  พอถามต่อถึงกระแสข่าวเม้าท์หนาหู กรณีที่ทั้งคู่ต่างก็มีคนใหม่เข้ามาแทรกกลางระหว่างกัน อย่างหนุ่ม “แดนนี่” และ นักร้องสาว “น้ำชา” หนุ่มก้องเปรยว่า

“ผมว่าคือถ้าน้องหรือผมไปเดินกับใครก็เป็นข่าวหมดทุกคน (คบน้ำชาเป็นแฟน?) โอ้โห…เหมือนที่น้องเขาตอบว่าเราอยู่กันมาสามปี พอเราแยกกันปุ๊บเนี่ย เราต่างคนก็อยากจะมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น อยากรักตัวเองมากขึ้น ทำอะไรที่เมื่อก่อนมันไม่ได้ทำ อยากจะทำอะไรตามใจชอบ บวกกับมีเรื่องงานเข้ามาให้เราโฟกัสด้วย ไม่ได้บอกปิดตัวเอง แต่ว่ายังไม่อยากจะไปโฟกัสอะไรมากๆ กับจุดนี้ แต่กับน้องคือรู้จักกัน ไม่ได้บอกไม่รู้จัก เพิ่งรู้จักกันเอง มันก็ถ้าจะบอกว่าอะไรขนาดนั้น มันคงไม่ขนาดนั้นหรอก”

  ผู้สื่อแกล้งแซวต่อว่ากับนักร้องสาว “น้ำชา” จะมีโอกาสพัฒนาเป็นแฟนมั้ย หนุ่มก้องเปรยว่า

“มันเป็นเรื่องของอนาคตผมว่า คือตอนนี้ก็เปิดตัวเองด้วย ไม่ได้ปิดอะไรกับใคร คือเราก็มีสิทธิ์ที่เราจะดูไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อน ถ้ามีใครดีๆ จริงๆ เราก็จะโฟกัสอยู่กับเขา แต่ก็มีคุยกันบ้าง ถามว่าสนิทกันมั้ยคงยังไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น ก็เพิ่งรู้จักกัน มีคุยกัน ถ้าว่างก็เจอกัน ส่วนมากก็คุยกันเรื่องเพลง ผลงานเพลง เพราะว่ามันเหมือนเราอยู่ค่ายเดียวกัน มันมีเรื่องหลายเรื่องสามารถคุยกันรู้เรื่อง คือมันเพิ่งเริ่มเองครับ น้องเขาก็ยังเด็กอยู่ น้องเขาก็มีงานของเขา เขาก็คงอยากจะโฟกัสเรื่องงานของเขาด้วยผมว่า”

  พอถามต่อว่าแอบขายขนมจีบให้น้องเขาด้วยหรือเปล่า ไฮโซหนุ่มรีบปฏิเสธทันควัน พร้อมฟุ้งต่อทันทีว่า

“ไม่ๆ ครับ ก็เพิ่งจะเริ่มคุยกันเเท่านั้น ก็อย่างที่บอกว่ามันจะเป็นยังไงก็ขอให้มันเป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน อย่าเอาน้องเขาไปเกี่ยวเลยผมสงสารน้องเขามากๆเลย (คุยกับน้ำชาได้นานหรือยัง?) สักประมาณเกือบเดือนฮะ หลังจากที่เลิกกับแตงโมแล้ว เพิ่งรู้จักกัน น้องเขาร้องเพลงเพราะดีครับ มิวสิควิดีโอน่ารักดี แล้วก็นิสัยดี (เคยนัดเจอกันมั้ย?) ก็ไม่ถึงกับนัดอะไรขนาดนั้น ก็มีเจอกันบ้าง ทานข้าวกันบ้าง ไม่ได้ไปกันสองคนก็มีคนอื่นมาด้วย เพราะว่าน้องเขาก็เป็นผู้หญิงด้วย”

  พอถามต่ออีกว่า หลังจากออกมาประกาศเลิกกับ “แตงโม” อย่างเป็นทางการแล้ว ด้าน “คุณแม่” ว่ายังไงบ้าง หนุ่มก้องแย้มว่า

“เขาไม่สนใจแล้ว เหมือนกับว่าแบบมันเป็นเรื่องของเด็กๆ คือที่บ้านผมไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวเลย ไม่เคยเลย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวเขาปล่อย ก็รู้ว่าเราดูแลตัวเองได้ (กับคำพูดที่ว่า “โมไม่ดีพอสำหรับพี่ก้อง แล้วพี่ก้องก็ไม่ดีพอสำหรับโม” รู้สึกยังไง?) ไม่รู้ ผมไม่มีความคิดอะไร เหมือนว่าเรามันได้แค่นี้มันคงไม่เหมาะสมกับการที่จะไปต่อได้ ผมไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ บางทีมันก็เป็นแค่คำพูด ทุกวันนี้ยังมีคุยกันบ้าง บางทีผมมีเรื่องอะไรที่อยากรู้ก็ถามเขา เขามีอะไรที่เขาอยากรู้ แค่บอกว่าเราไม่ได้เป็นแค่คู่รักกันเท่านั้น แต่ว่าก็ยังติดต่อกัน ไม่ได้โกรธ เกลียดกัน ก็เป็นห่วงเขา”

Tags: , ,

แตงโม รับเลิก ก้อง นานร่วมเดือนพร้อมเหน็บคอลัมนิสต์นสพ.ดัง

ข่าวดารา No Comments »

null

นางเอกสาว แตงโม-ภัทรธิดา รับ! เลิกแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ มานานกว่า 1 เดือนแล้ว หลังมีปัญหาไม่เข้าใจกันมานานร่วมปี ยอมรับนิสัยส่วนตัวเข้ากันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอซึ่งกันและกัน ลดระดับความสัมพันธ์จากแฟนเหลือแค่คำว่า “พี่ชาย-น้องสาว” ปัด! หนุ่มคลีโอ “แดนนี่” เป็นมือที่3 เผยสนิทกันจริงแต่ยังไม่พัฒนาเป็นแฟนแน่นอน!! พร้อมเคลียร์ข่าว “แม่บังเกิดเกล้า” โผล่ทวงสิทธิ์เลี้ยงดู ย้ำชัดเป็นเรื่องภายในครอบครัวเคลียร์กันลงตัวแล้วหมดแล้ว เหน็บ!! คอลัมนิสต์ใน นสพ.รายวันชื่อดังคงหวังดีลงข่าวบิดเบือนความจริงไปมาก แย้มไม่โกรธและไม่คิดฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น!

  หลังจากขอเวลาทำใจและขอเคลียร์กับ “คุณแม่” ถึงกระแสข่าวเปิดศึกแย่งกันดูแลตนกับ “คุณพ่อ” จนเป็นข่าวครึกโครมเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (12 พ.ค.) สาว “แตงโม” พร้อมเปิดใจแบบหมดเปลือกกลางกองถ่ายละคร “ขอเพียงรัก” ที่โรงแรมเซนสวีทกรุงเทพฯย่านแจ้งวัฒนะ 10 โดยนางเอกสาวเปิดใจพร้อมกันรวดเดียว 2 ประเด็นอย่างอารมณ์ดีว่า

“สำหรับวันนี้ก็มีสองเรื่องใหญ่ๆ ที่คิดว่าทุกคนก็คงจะรอคอยกันมา โมได้คุยกับคุณแม่แล้วค่ะ ก็เป็นเหมือนที่โมคิดไว้แล้วว่าข่าวค่อนข้างบิดเบือนไปจากความจริงเยอะมากๆ ค่ะ โมก็คุยกับคุณแม่ ทานข้าวกับคุณแม่แล้วก็ได้ถามว่าได้เห็นหนังสือพิมพ์มั้ยที่ลง คุณแม่ก็บอกว่าไม่ได้พูดเหมือนที่ในหนังสือพิมพ์ลง อาจจะมีการปรึกษาบ้าง ด้วยความที่คุณยิ่งยงกับคุณแม่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งหลายสิบแล้ว ตั้งแต่สมัยที่คุณแม่ยังอยู่ในวงการบันเทิง ฉะนั้นก็อาจจะมีการคุยกันเหมือนเพื่อนกันคุยกันปกติ แต่เป็นสายสนทนาที่เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่การบอกเล่าข่าวเพื่อให้หนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าว”

  จุดประสงค์ของคุณยิ่งยงที่ลงไป?   โมก็ไม่ทราบว่ามีจุดประสงค์เพราะอะไร แต่ว่าโมก็เข้าใจเพื่อนอาจจะอยากช่วยเพื่อน เพราะว่าคุณแม่ได้มีการบ่นคิดถึงลูก อยากจะมาดูแลลูกบ้างหรืออะไรทำนองนี้ ก็อาจจะบ่นๆ แบบนี้ว่าเอออยากจะไปช่วยเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านหรืออะไรก็ตามที่คุณแม่ก็อาจจะกังวลไปว่าโมอาจจะงานเยอะ ช่วงนี้หรืออาจจะได้ข่าวว่าช่วงนี้โมสุขภาพไม่ค่อยดี จึงอยากจะช่วยมาแบ่งเบาภาระของโมบ้าง อันนี้คือการคุยกันระหว่างคุณแม่กับคุณยิ่งยงก็ใจความสำคัญมีอยู่แค่นี้จริงๆ ค่ะ คุณแม่เองก็บอกว่าอ่านแล้วก็งงมากๆ เหมือนกัน ตั้งตัวไม่ติดว่าเพราะอะไรหนังสือถึงได้ลงไปในทำนองที่ว่า…โมจำข้อความที่ถูกต้องไม่ได้ แต่ลักษณะเหมือนกับว่าอยากจะได้ลูกคืนหรือว่ามีการแย่งชิงกันระหว่างพ่อกับแม่ ซึ่งแม่เองก็ยังพูดติดตลกอยู่เลยว่าตายแล้วลงไปอย่างนี้ แล้วลองถามลูกมันซิว่าอยากจะอยู่กับชั้นหรือเปล่า (หัวเราะ)

  ในข้อความหนังสือพิมพ์ดูค่อนข้างร้ายแรงกว่าความเป็นจริงมาก?   อย่างที่โมเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าเรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นที่บ้านโม ก็เลยต่างคนต่างงง  จริงๆ แล้วครอบครัวมันน่าจะมีจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยกัน แต่ด้วยความที่บ้านโมยังไม่เคยคุยกันเรื่องจะขอลูกไปหรือว่าใครฝ่ายใดฝ่ายนึงจะเป็นคนดูแล แล้วหนังสือพิมพ์ไปลงโมเกิดความรู้สึกอย่างที่โมเคยพูดไปว่าโมต้องขอใช้เวลาที่จะถามความจริงจากคุณแม่ สรุปแล้วก็เป็นคล้ายๆ แบบที่โมคิดว่ามีการลงเป็นข่าวที่ค่อนข้างบิดเบือนความจริงไปเยอะมากๆ ทุกวันนี้โมกับคุณแม่ก็ยังเป็นในลักษณะเดิม

“ถ้ามีเวลาว่างหรือคุณแม่คิดถึงหรือคุณลูกคิดถึงหรือว่าต้องการจะไปช็อปปิ้งแบบผู้หญิงๆ เราก็ยังคงไปทานข้าว ไปพูดคุยกัน เจอกัน โทรศัพท์คุยกันเหมือนที่ผ่านมา เคยเป็นมา เราทั้งสามคน พ่อ แม่ ลูก ไม่ได้มีความต้องการอยากจะให้สถานภาพมันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ คือมันไม่มีการพูดคุย ไม่มีการตกลงกันว่าใครจะเป็นคนเลี้ยงดู เพราะว่าโมอายุค่อนข้างมากแล้ว ทุกอย่างมันดำเนินมาตั้งแต่โมยังเล็กจนถึงปัจจุบันมันไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย ฉะนั้นก็อยากจะให้ทุกคนที่เป็นห่วงและติดตามข่าวเข้าใจในเนื้อความว่า จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตื่นตูมไปเอง ในความเป็นจริงก็ยังขอใช้ชีวิตปกติแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

  ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์กับ “คุณแม่” ว่าสนิทกันมากน้อยแค่ไหน นางเอกสาวเปรยว่า

“เออ…อาจจะสนิมสนมกันในบางเรื่อง อย่างเช่นเรื่องระหว่างแม่กับลูก เรื่องของผู้หญิงกับผู้หญิง หรือว่าเรื่องช็อปปิ้ง โมกับคุณแม่สนิมสนมกันอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องที่ค่อนข้างห่างเหินอาจจะมีบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องส่วนตัวของกันและกัน แต่ติดต่อกันตลอด อาจจะมีบางช่วงที่งานเยอะมากหรือว่าคุณแม่มีธุระมาก อันนั้นอาจจะมีนานๆ ติดต่อที แต่สมัยเด็ก ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ปิดเทอม เสาร์ - อาทิตย์ อยู่กับคุณแม่ตลอด”

  พอถามต่อถึงกระแสข่าวว่า “คุณแม่” ต้องการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยของลูกสาว เจ้าตัวเผยว่า

“อ่อ หมายถึงว่าเขาอาจจะคิดถึงจากการที่ได้ทราบข่าวว่าโมสุขภาพไม่ค่อยดี จริงๆ โมว่าคุณแม่ก็อยากจะมาอยู่ใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่นเรื่องใหญ่ๆ ที่โมไม่ค่อยได้ทำคือทำงานบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพวกนี้ เรื่องงานบ้าน ความเรียบร้อยของบ้าน เรื่องเสื้อผ้า เรื่องที่เป็นเรื่องของแม่บ้าน คุณแม่อาจจะอยากเข้ามาช่วยตรงนี้มากกว่า เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือตรงนี้กันอยู่แล้วด้วย ส่วนโอกาสที่จะกลับมาอยู่กันสามคนมันเป็นไม่ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วก็เราสามคนไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้วด้วย แล้วก็ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัว โมมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คุณพ่อก็มีโลกส่วนตัว คุณแม่ก็มีโลกส่วนตัว ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาเราดำเนินชีวิตด้วยความสุขแบบนี้อยู่แล้ว สะดวกสบายแบบนี้อยู่แล้ว โมคิดว่าไม่น่าจะมีใครต้องการให้มันเปลี่ยนแปลงไปจากนี้มารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้ อาจจะปวดหัวกว่าเดิมก็ได้”

  นางเอกสาวเปรยต่อว่า   “โมว่าบ่นกับทุกคนที่เป็นเพื่อน ญาติ รวมถึงคุณพ่อโมเอง บางทีเขาโทรศัพท์คุยกันคุณแม่ก็บ่น รวมถึงพี่วุธผู้จัดการโม คุณแม่ก็คุยโทรศัพท์กับพี่วุธบ่อยแล้วก็บ่นคิดถึงกันตลอด คือนานๆ เราจะเจอกันที ยิ่งโมเข้าวงการบันเทิงยิ่งเจอคุณแม่น้อยมากๆ ถ้าไม่เป็นเทศกาลหรือว่าวันสำคัญจริงๆ อย่างล่าสุดเราเจอกันเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วก็คือพี่ชายรับปริญญาก็เลยได้เจอกันทั้งครอบครัว จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ด้วยความที่บางทีเราว่างไม่ค่อยตรงกัน  แต่ช่วงนี้จะพยายามถ้าเกิดเรามีเวลาว่างตรงกันคงจะเจอกันบ่อยขึ้น ทานข้าวกันบ่อยขึ้น ล่าสุดก็เพิ่งไปเที่ยวกันมา (หัวเราะ)”

“ถามว่าโกรธมั้ย โมไม่โกรธเขา ตอนแรกๆ อาจจะมีไม่เข้าใจว่าเราควรปรึกษากันก่อนมั้ย ถามความจริงกันก่อนมั้ย ก่อนที่จะเอาไปลง แต่พอคิดไปคิดมา โมคิดว่าเพื่อนก็ต้องย่อมรักเพื่อน คุณยิ่งยงอาจจะเป็นห่วงคุณแม่เลยอยากจะเป็นสื่อกลางที่จะทำให้โมกับคุณแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากขึ้น แต่เขาลืมคิดไปว่าโมกับคุณแม่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกันมาก่อน (คุณพ่อว่ายังไงบ้าง?) คุณพ่อก็งงค่ะ แล้วก็พยายามจะไม่ให้โมออกมาพูดอะไร ด้วยความที่คุณพ่อก็ค่อนข้างเป็นห่วงและไม่อยากให้มีผลกระทบต่อตัวโมในเรื่องข่าว เรื่องครอบครัวบางทีมันเป็นเรื่องที่ระเอียดอ่อนในการที่จะพูดอะไรออกไป แต่ว่าโมก็ให้ความมั่นใจกับคุณพ่อว่าโมก็พูดในส่วนที่มันเป็นความจริง โมเชื่อว่าความจริงมันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรเรามาก แล้วเรื่องจริงมันไม่ได้มีอะไรร้ายแรงอย่างที่ข่าวลง ก็เลยสบายกันทุกฝ่ายตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย แล้วก็โมรู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าช่วงที่เป็นข่าวแล้วยังไม่ได้คุยกับคุณแม่สักที แล้วก็โดนถามทุกวัน ต้องยอมรับว่าคิดอะไรไปต่างๆ นานา แอบมีงอนแม่เล็กน้อย แต่พอถามความจริงแล้ว จริงๆ แล้วคุณแม่ไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นเลย ก็โอเคค่ะ”

  พอถามต่อว่าข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง นางเอกสาวโบ้ยว่า

“มันก็ยังโชคดีที่โมค่อนข้างเป็นคนเข้มแข็ง ในส่วนลึกๆ แล้วโมยังเชื่อในตัวคุณพ่อ เชื่อในตัวคุณแม่ แล้วก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อตามข่าวร้อยเปอร์เซ็น เพราะว่าเราเองก็อยู่ในวงการบันเทิง เราจะรู้การนำเสนอข่าวว่ามันมีความจริงเท็จยังไง ดูจากที่มาที่ไปแล้ว มันยังไม่เป็นประเด็นที่บ้านไม่รู้ข่าวมาได้ยังไง ฉะนั้นโมจะไม่ปักใจเชื่อข่าว ก็เลยอาจจะมีผลกระทบแค่ช่วงแรกๆ ที่มันยังเป็นเรื่องใหม่อยู่ แต่พอเราใช้ความคิด ใช้เวลาทบทวนหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ค่อยได้กระทบเท่าไหร่ แต่ว่าถามลองมองในมุมกว้างแล้วโมหรือทุกคนที่อยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้อยากจะเป็นข่าวกับคนในครอบครัวตัวเองอยู่แล้ว (กลัวคุณแม่น้อยใจมั้ย?) ไม่กังวลเลย เพราะว่าคุณแม่เองก็ไม่ได้อยู่ในอาการซึมเศร้า ทุกวันนี้ทุกคนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติที่เคยเป็นมา เพราะว่าคุณแม่เองก็ยังต้องดูแลคุณยายและพี่ชายอยู่”

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวเม้าท์หนาหูว่าเริ่มถอยห่างกับแฟนหนุ่ม ก้อง-กรุณ แล้ว!! นางเอกสาวรีบฟุ้งต่อทันทีว่า

“เรื่องที่สองก็เรื่องพี่ก้องค่ะ ตอนนี้โมกับพี่ก้องก็ลดระดับความสัมพันธ์ลงเหลือเป็นพี่ชายกับน้องสาว แล้วก็ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี ไม่ได้เป็นในทางที่แย่หรือว่ามองหน้ากันไม่ติด หรือว่ามีการทะเลาะกันเลย เรามีความรู้สึกว่าช่วงระยะเวลาหลังๆ มา หลายเดือนที่ผ่านมามีความรู้สึกว่าเราอาจจะมีบางเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่เข้าใจกัน หรือว่าความคิดเห็นต่างกัน มันทำให้ความสัมพันธ์แบบคนรักกันไม่ดำเนินต่อไปในทางที่ดี ฉะนั้นเราก็เลยใช้วิธีลองห่างกันไปช่วงนึง ลองใช้ความคิด ใช้สมอง ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ แล้วเราลองลดความสัมพันธ์ลงแล้ว แล้วก็ลองใช้ชีวิตแบบนี้มาสักระยะนึงแล้ว เราเห็นว่าการเป็นพี่น้องกัน เป็นความสบายใจที่เราสองคนไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน”

“ตั้งแต่คบกันมา 3 ปี โมมีความรู้สึกคนสองคนคือโมกับพี่ก้องอาจจะเหมาะสมที่จะเป็นพี่น้องกันมากกว่าที่จะเป็นคนรักกัน เราสองคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ไม่เหมือนตอนที่เราคบกัน โมอาจจะมีความกลัว มันจะมีเรื่องความหึงหวงเข้ามา เวลาเราปรึกษากันหรือว่าเล่าเรื่องต่างๆ แต่พอเราตัดเรื่องพวกนี้ออกไปรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่โมกับพี่ก้องจะมารู้สึกแบบนี้กัน ระยะเวลาที่ห่างกันเป็นจริงเป็นจังประมาณเดือนนึง แต่ว่าระยะเวลาที่เราเริ่มทำใจกันแล้ว โมว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งปี สืบเนื่องมาจากคราวที่แล้วมั้ย โมว่าอาจจะมีส่วนเล็กน้อย แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะเอามาตัดสิน โดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เรื่องต่างๆ อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เอามาตัดสินที่จะลดระดับความสัมพันธ์โมว่าน่าจะเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวมากกว่า เรามีความรู้สึกว่า เราทั้งสองคนไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตที่ยาวไกลกว่านี้ โมเองก็ไม่ดีพอสำหรับพี่ก้อง พี่ก้องเองก็ไม่ดีพอสำหรับโม คือเราต่างคนต่างไม่มีคุณสมบัติในการเป็นคนรักในระยะยาวค่ะ”

“เรื่องมือที่สามไม่มีเลย เพราะว่าอย่างที่บอกถ้าเกิดมันครึ่งปีมาแล้ว มันก็เลยเป็นคนละประเด็น เพราะว่าโมมีความรู้สึกว่าเราสองคนรักกันมากๆ จนไม่น่าจะเรื่องของบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีบุคคลที่สาม ที่สี่ ที่ห้า เข้ามามากน้อยแค่ไหน โมเชื่อว่าโมเองก็รักพี่ก้องมาก พี่ก้องก็รักโมมากไม่มีใครที่จะทำให้ความสัมพันธ์นี้มันลดลงไปได้ (โมมีข่าวกันแดนนี่ด้วย??) ก็เป็นเพื่อนกัน เพราะว่าตัวโมเองตัดสินใจกับตัวเอง ตั้งใจกับตัวเองแล้วว่าเป็นปีๆ กว่าโมพร้อมที่จะไปมีใคร หรือว่าพร้อมที่จะรักใครใหม่ โมตั้งใจว่าคือหลังจากนี้โมขอรักตัวเองคนเดียวแน่ๆ แล้วคิดถึงแต่เรื่องตัวเองแล้ว คืออาจจะมีคนเข้ามาหรือไม่มีคนเข้ามาก็ตามแต่ว่าทุกคนจะต้องรู้ตรงกันว่าโมขอยึดตัวเองเป็นหลัก โมจะไม่มีความรู้สึกที่จะไปเอาใจใส่ใคร อยากจะติดใครหรือว่าอยากจะดูแลใคร ณ เวลานี้และอีกสักพักใหญ่ๆ เลย”

  เศร้ามั้ย?  ช่วงแรกๆ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาก็มีบ้าง แต่ว่าอย่างที่บอกคือเราไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อกันมากขนาดนี้ มันก็เลยเป็นกำลังใจให้ทั้งโมและพี่ก้องรู้สึกว่า เรายังไม่ได้หายไปไหนจากกัน เรายังเป็นพี่น้องกัน เป็นคนสำคัญในครอบครัวเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าไม่มีเรื่องหึง หวง เท่านั้นเอง เรายังโทรหากันทุกวัน ทุกอย่างยังคงเดิม ก็เป็นห่วงหันเหมือนเดิม รักกันมากเหมือนเดิม เป็นห่วงในอนาคตของกันและกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรลดน้อยลง เพียงแต่ว่าเราไม่ใช่คนรักกันเท่านั้นเอง

  ถ้า “พี่ก้อง” มีคนใหม่จะโอเคมั้ย?  โอเค เพราะว่าโมโอเคตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าถ้าโมไม่โอเค โมจะไม่ออกมาแถลงข่าวแน่ๆ ณ เวลานี้เป็นเวลาที่เราทั้งคู่โอเคกันมากๆ แล้ว เรื่องมันก็เกิดได้สักพัก เวลาทำใจผ่านมาได้แล้วสักพัก ช่วงนี้มันเลยช่วงของการทำใจมาแล้ว

  ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวที่อดีตหวานใจหนุ่ม “ก้อง” มีข่าวกับ “น้ำชา” นักร้องค่ายแกรมมี่ฯ นางเอกสาวเปรยว่า

“พอจะทราบค่ะ แต่ว่าโมไม่ขอยุ่งเรื่องส่วนตัวในลักษณะนั้น คืออาจจะมีการรู้ข้อมูลหรือว่ามีการคุยกัน แต่ว่าโมขออนุญาตที่จะไม่พูดถึงอีกบุคคลนึง เพราะว่ามันอาจจะไปกระทบถึงเขา มีผลเสียถึงเขา การงานของเขา อันนี้ต้องไปถามกันเองเอง ไม่อยากเป็นคนที่แบบไปทำให้อีกคนนึงเขาเสียหาย”

“ก่อนหน้านี้ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่คบกัน คืออย่างที่โมเคยให้ข่าวไปทั้งโมแล้วก็พี่ก้องเป็นคนขี้หึงกันทั้งคู่  ทุกวันนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม ความรักยังคงมีเท่าเดิม แต่ว่าก็ไม่ใช่คนรักกัน

  ตอนนี้โมมีคนเข้ามามั้ย? โมพยายามจะคิดให้ทุกคนเป็นเพื่อนเหมือนหมด ด้วยความที่ตัวโมเองยังไม่พร้อมจริงๆ  ตราบใดที่โมยังให้ข่าวว่าโมไม่มีใคร แสดงว่าโมยังไม่เลือกใครค่ะ”

“สำหรับแดนนี่ก็เป็นเพื่อนคนนึงที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ก็เป็นพี่คนนึงที่มีความคิดที่ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คุยได้ทุกเรื่อง จริงๆ โมรู้จักเขามานานแล้ว แต่ว่ารู้จักกันแบบผิวเผิน โมว่าระยะเวลา 3 ปีที่เราทุ่มเทให้คนๆ นึง มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่วันนี้กดปุ่มแล้วจะไปทุ่มเทให้ใครอีกคนนึงโดยที่แบบเราเต็มที่กับคนใหม่เลยทันทีมันเป็นไปไม่ได้ โมว่าคนทุกคนย่อมต้องให้เวลากับตัวเอง”

“มันก็คงไม่ยุติธรรมถ้าเกิดโมจะไปมีใครตอนนี้ แล้วโมดูแลเขาไม่ได้เลย คือโมพูดตรงๆ เลยว่าโมไม่พร้อมจะดูแลใครจริงๆ นอกจากตัวเอง ก็เลยนั้นแหละค่ะใครก็ตามที่เข้ามาคุยกับเราโมก็จะบอกแบบนี้ว่าโมไม่พร้อม ถ้าโอเคจะอยู่ในสถานะแบบนี้ก็…อยู่ได้ก็อยู่ไป (หัวเราะ) แต่ว่าถ้าไม่โอเคก็เราก็ไม่ได้บังคับให้ใครมาอยู่กับเราอยู่แล้ว เพราะว่าอยากจะรักตัวเองจริงๆ เรื่องที่เราห่างกันเป็นจริงเป็นจังไม่ถึงเดือนนึงที่ผ่านมานี้เอง แต่เราก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม มันอาจจะทำให้คนอื่นไม่ทราบว่าเราลดความสัมพันธ์เพราะว่าเราก็ยังติดต่อกัน ยังเจอกันเหมือนเดิม”

  นางเอกสาวกล่าวปิดท้ายว่า “จะรีเทิร์นมั้ย…มันเป็นเรื่องของอนาคต โมยังไม่อยากใช้คำพูดตัวเองไปฆ่าตัวเองทีหลัง มันเป็นเรื่องตอบไม่ได้จริงๆ ว่าจะรีเทิร์นหรือเปล่า แต่ถ้าถาม ณ เวลานี้ก็อย่างที่บอกว่าต่างคนต่างให้เวลากับตัวเองเพิ่มมากขึ้น เยอะมากๆ”

Tags: , ,

แตงโม แขวะสื่อแจงเรื่องแม่อังคารหน้า

ข่าวดารา No Comments »

null

 คราวก่อนบอกว่าเจอกันคราวนี้ อาจมีความคืบหน้าถึงเรื่องคุณแม่มาอัพเดทให้ฟัง เจอกันล่าสุด ก็เลยทวงสัญญากับสาว แตงโม-ภัทรธิดา แต่คงจะถามมากไปหน่อย เรื่องราวก็เลยกร่อย เพราะคุณน้องเธอเริ่มหงุดหงิด ตัดบทออกไปดื้อๆ

“ยังไม่ได้คุยค่ะ ตัวโมมัวแต่ทำงาน วันนี้คิดในใจว่าจะโทรไปคุยกับแม่ ก็ยังไม่ได้คุยสักที แต่ไม่พรุ่งนี้ก็มะลืน อาจจะเจอคุณแม่ ยังไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ขอโทษด้วยที่ต้องล่าช้าไปอีก โมคาดว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด จะพูดวันอังคารหน้าค่ะ จะพยายามสรุปเรื่องให้เร็วที่สุด อาจจะเป็นคุณพ่อ หรือโมออกมาพูด เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อ ถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ถามพ่อว่าเห็นข่าวบ้างมั้ย พ่อก็งงๆ เค้าก็บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปคุยกับแม่ก็แล้วกัน ว่าจะเอายังไง”

 แสดงว่าคุณแม่อยู่เมืองไทย

“แม่อยู่เมืองไทยค่ะ เค้าไม่เคยไปอยู่ไหนเลย (ในข่าวบอกว่าคุณแม่เป็นภริยาท่านทูต) คุณแม่เป็นคนไทย อยู่เมืองไทย ลาดพร้าว 64 ค่ะ ก็งงๆ เพราะเราก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติค่ะ ส่วนเรื่องนั้นต้องไปถามคุณแม่เอง เรื่องส่วนตัวก็ไม่ค่อยยุ่งกันเท่าไหร่นัก”

 ต้องนัดคุณแม่ด้วยมั้ย

“ขอคุยรายละเอียดก่อนค่ะ เรื่องนัดไม่นัด ไม่สำคัญเท่ากับการคุยเท่าไหร่ 2 เดือนที่แล้ว เพิ่งเจอกับคุณแม่ค่ะ พี่ชายรับปริญญา”

null

 ได้อัพเดทชีวิตแม่บ้างมั้ย

“ไม่ได้อัพเดทเลยค่ะ ไม่ว่าเค้าจะเป็นยังไงเค้าก็เป็นแม่เราค่ะ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ประชาชนอยากจะรู้ โมว่าเอาสาระสำคัญดีกว่า เอาประเด็นที่ข่าวลงดีกว่า รายละเอียดภายในครอบครัวไม่จำเป็นต้องออกมาพูด เพราะประชาชนไม่ได้อยากจะรู้ค่ะ โมว่ามันละครน้ำเน่าค่ะ”

 เครียดมั้ย

“ถ้าเป็นคนอื่นคงเครียด แต่นี่โมเป็นคนเข้มแข็ง ถามว่ามีผลกระทบมากมั้ย มีมากค่ะ ประเทศไทยเรื่องเซ็นซิทีฟที่สุดคือเรื่องครอบครัว เราจะโดนตราหน้าจากเรื่องนี้ ต้องขอใช้เวลาในเรื่องนี้ค่ะ”

 พี่ก้องให้กำลังใจยังไงบ้าง

“เค้าก็ให้กำลังใจว่าให้ผู้ใหญ่จัดการไป พยายามหาทางออก เรื่องที่มันผ่านมา ให้ผ่านไปมั้ย เพื่อให้การนำเสนอออกมาดีที่สุด แล้วตัวเราปลอดภัยที่สุด”

 ความรักยังเหมือนเดิมมั้ย ล่าสุด มีข่าวว่าโมเลิกกับก้องแล้ว

“ยังเหมือนเดิมนะคะ นี่โมไม่ค่อยสบายเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พี่เค้าก็ยังไปเยี่ยมอยู่เลยค่ะ”

Tags:
Powered by Promote website.
Images by desEXign.